พูดถึงที่พักในจังหวัดคางาวะ

เดี๊ยนไปพักมา 2 ที่ค่ะ

โดยส่วนตัวชอบพักเกสต์เฮาส์มาก เวลาเที่ยวคนเดียว เพราะมักจะได้เพื่อนใหม่ทุกครั้ง

ที่นี่ก็เช่นกันค่ะ

 

เดี๊ยนได้รับการแนะนำที่พักจากเพจคางาวะ

แอดมินเพจก็อุตส่าห์ไปรวบรวมรายชื่อของเกสต์เฮาส์มานำเสนอให้

สุดท้ายหลังจากที่เลือกและถูกเลือก (เพราะห้องเต็มเสียส่วนใหญ่... คือเดี๊ยนตัดสินใจช้าค่ะ จองตั๋วเครื่องบินแค่ 1 เดือนก่อนไป แล้วยังเป็นช่วงเทศกาลอีก) เดี๊ยนก็จำต้องมีที่พัก 2 ที่ค่ะ เสียเวลาขนกระเป๋าย้ายโรงแรมเล็กน้อย

ที่แรก Kinco. และที่ที่สอง Chottoco-ma ค่ะ

 

Kinco.

ขอเริ่มจาก Kinco. ก่อนเลยนะคะ

 

ด้านหน้าติดถนน ไม่ต้องเข้าซอยลึกค่ะ หาง่าย นั่งรถไฟ Kotoden สาย Nagao Line (สีเขียว) ลงที่สถานี Hanasono เดินต่อราว 10 นาทีได้ค่ะ --- ตอนขาไปจะรู้สึกไกลนิดหน่อย แต่พอรู้ตำแหน่งแน่นอนแล้วจะรู้สึกว่าเดินแป๊บเดียวถึง

(ออกจากสถานี เลี้ยวซ้าย เดินไปสุดซอย แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีตรงถนนใหญ่ เดินเลยสะพานลอยไปอีกนิดนึง)

เว็บไซต์ของโฮลเทล

เดี๊ยนไปพักที่ Kinco. แค่คืนเดียวค่ะ เนื่องจากกระชั้น ก็เกรงว่าจะไม่มีเตียงเหลือ เลยส่งอีเมลไปสอบถามโดยตรงก่อน

พอรู้ว่าว่าง ก็จองผ่านทางเว็บไซต์ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าวางแผนไว้ล่วงหน้า กรอกแบบฟอร์มการจองได้เลย ไม่น่าจะมีปัญหา

ที่นี่เป็นคาเฟ่อยู่ข้างล่าง และห้องพักอยู่ชั้น 2 ซึ่งบันไดค่อนข้างสูงนะคะ ไม่มีลิฟต์

ใครที่นำกระเป๋าหนักๆ มา กรุณาวางแผนให้ดี ถ้าพักแค่คืนเดียวแล้วไม่อยากยกกระเป๋าขึ้นบันได ก็จัดของแยกไว้สำหรับหนึ่งคืน แล้วฝากกระเป๋าไว้... (น่าจะได้นะคะ?) อ้อ แต่ประตูระหว่างฟรอนต์และบันไดขึ้นไปโฮสเทลจะถูกล็อคตอนกลางคืน และเปิดหลัง 8 โมงค่ะ เหมาะสำหรับคนที่เช็คเอาท์หลัง 8 โมงเป็นต้นไป

ที่นี่ต้อนรับได้น่ารักมากค่ะ ไม่รู้สึกว่าเหงาเลย บรรยากาศดีมากด้วย มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ (เดาว่าส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาต่างชาติมาทำงานพิเศษ?) 

สถานที่ก็สวยงาม เตียงสะอาดมีม่านปิดมิดชิด ห้องน้ำก็สะอาด เป็นสัดส่วน 

ทุกอย่างคลีนไปหมด เรียบง่ายแต่ดูดีสุดๆ ให้พักหลายคืนก็ยังได้ค่ะ 555 (แต่เดี๊ยนจองอีกที่ไว้ 3 คืน ก็น่ารักอบอุ่นไม่แพ้กัน แต่คนละสไตล์)

หลังเช็คอิน มีบริการ welcome drink เป็นน้ำผลไม้ด้วยค่ะ

ได้ข่าวว่าอาหารอร่อย เพราะเป็นคาเฟ่ด้วย แอบเห็นลูกค้าท่านอื่นสั่งมากินแล้วน้ำลายสอ แต่เดี๊ยนไม่ได้กินค่ะ เพราะดันอิ่มมาจากข้างนอกแล้ว

เป็นอีกที่หนึ่งที่ทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างประเทศนิยมล่ะ

ในส่วนของคาเฟ่ด้านล่าง เป็นลองเทเบิลที่ทุกคนนั่งรับประทานอาหารและอ่านหนังสือได้ตามอัธยาศัยค่ะ

ที่นี่ค่าที่พักคืนละ 3,500 เยนค่ะ 

เสียดาย ไม่ได้ถ่ายรูปโซนที่พักมา เพราะลูกค้าวางกระเป๋ากันไปเยอะแยะแล้วอ่ะเนอะ แต่เหมือนรูปถ่ายในเว็บไซต์ของโฮสเทลเลยค่ะ ถ้าไม่นับสัมภาระ ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนรูปถ่ายหลอกลวง 

 

Chottoco-ma 

ผู้ที่ชื่นชอบเกสต์เฮ้าส์สไตล์ home sweet home อบอุ่น บ้านๆ ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ

ดูเป็นบ้านจริงๆ ค่ะ

เว็บไซต์ของเกสต์เฮ้าส์

สถานที่ไม่ไกลจากสถานีด้วย จาก JR Showacho เดินอีกไม่เกิน 5 นาที (แต่ถ้าจะไปไหนมาไหนต้องเช็คเวลารถไฟดีๆ นะคะ เพราะสถานที่สะดวก แต่รถไฟนานๆ จะมาที)

ใกล้ๆ สถานีมีร้านสะดวกซื้อค่ะ สามารถซื้อน้ำ ขนม หรือแม้แต่อาหารเช้ามาตุนได้ (แต่ห้ามกินในห้องนอนนะคะ)

เกสต์เฮ้าส์แห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านคนญี่ปุ่นเลยค่ะ กะทัดรัด แต่น่ารักมากกกก

ที่นี่ก็ไม่มีลิฟต์นะคะ และโดยพื้นที่แล้วไม่น่าจะฝากกระเป๋านานๆ ได้

เดี๊ยนไปฝากกระเป๋าก่อนเช็คอินเพื่อเที่ยวก่อนค่ะ แต่ต้องโทรเรียกนะคะ เพราะเกสต์เฮ้าส์ปิดตอนกลางวัน ทางที่ดีฝากกระเป๋าตรงสถานี JR Takamatsu ตอนไปเที่ยวดีกว่าค่ะ นอกจากล็อกเกอร์หยอดเหรียญแล้ว ถ้าเป็นกระเป๋าใบใหญ่ ก็มีเคาเตอร์ฝากกระเป๋าที่ราคาเพียง 410 เยนเท่านั้น แต่ต้องมารับก่อน 17.30 นะคะ

เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ก็อัธยาศัยดีมากๆ ค่ะ (ดูเหมือนจะเป็นคนชอบถ่ายรูปด้วย) เคยมาเมืองไทยเมื่อนานมาแล้ว ให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องทั่วไปและเรื่องข้อมูลการท่องเที่ยว คุยภาษาอังกฤษได้นะ ดูแล้วที่นี่เป็นธุรกิจครอบครัว

ตอนกลับจากเที่ยวเดี๊ยนก็ชอบซื้อขนมเอาลงมานั่งกินข้างล่างค่ะ ได้คุยกับเจ้าของเกสต์เฮ้าส์แล้วก็คุยกับลูกค้าคนอื่นๆ

ทางเข้า... ค่อนข้างเล็ก ที่นี่เหมาะกับกระเป๋าแบ็คแพ็คหรือกระเป๋าลากใบเล็กๆ มากกว่ากระเป๋าเดินทางไซส์บิ๊กนะคะ

บันไดค่อนข้างแคบ ขนกระเป๋าใหญ่ลำบากนิดนึง แถมพื้นยังขัดมันค่อนข้างลื่น (แต่ดูดี ดูสะอาดมาก)

มุมห้องนั่งเล่น น่ารักมากๆ

นี่ก็ไม่ได้ถ่ายห้องนอนเหมือนกันค่ะ แต่เป็นห้องเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่น มีเตียงสองชั้นซึ่งมีผ้าม่านปิดแต่ละเตียงเพื่อความเป็นส่วนตัวอยู่

ห้องสุขาเป็นแบบญี่ปุ่นนะคะ มีชั้นบนและชั้นล่าง

ห้องอาบน้ำมีห้องเดียว เป็นฝักบัวค่ะ มีแชมพู ครีมนวด สบู่เตรียมไว้ให้ 

ถ้าจะพักสไตล์เกสต์เฮาส์หรือโฮสเทล ควรติดผ้าเช็ดตัวของตัวเองมากันเหนียว และแนะนำว่ามาฤดูที่อากาศหนาวดีกว่านะคะ จะได้เลือกว่าจะอาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อเลี่ยงปัญหาห้องอาบน้ำไม่เพียงพอค่ะ

สำหรับห้องอาบน้ำที่นี่เขาจะปิดตอนเที่ยงคืน และเปิดอีกครั้งในตอนเช้า

ค่าที่พักคืนละ 2,500 เยนค่ะ

 

มีอยู่วันหนึ่ง เดี๊ยนจะไปศาลเจ้าเพื่อคืนเครื่องรางเก่าค่ะ ก็เลยลองสอบถามเจ้าของเกสต์เฮ้าส์ดู เขาก็ให้ยืมจักรยาน ปั่นไปศาลเจ้า

โห... เช้าวันนั้นฟินมากค่ะ

เมืองสงบร่มรื่น สะอาดสวยงาม ขี่จักรยานผ่านแถวมหาวิทยาลัยคางาวะด้วย

พอไปถึงศาลเจ้า ก็เป็นศาลเจ้าใหญ่ แต่แทบไม่มีคนเลย สงบอะไรเยี่ยงนี้ แถมฮวงจุ้ยดีมากอ่ะ ด้านหลังติดเขา ด้านหน้าเป็นน้ำ (คู) 555

ศาลเจ้ามีชื่อว่า 石清尾八幡神社 (Iwaseohachiman Shrine / ศาลเจ้าอิวาเสะโอะฮาจิมัน) เป็นศาลเจ้าประจำเมืองทาคามัตสึค่ะ

ส่งมอบเครื่องรางเสร็จก็ปั่นกลับ คืนจักรยาน

ชอบที่นี่มากเลย ถ้ามาคราวหน้าก็จะพักที่นี่อีกค่ะ แฮปปี้มากๆ

อ้อ ตอนเดี๊ยนไปก็พบว่าลูกค้าที่มาพักที่นี่ซ้ำก็มีหลายคนอยู่นะ

 

เดี๋ยวนี้บันทึกการเที่ยวของเดี๊ยนอืดมากๆ เลย ค่อยๆ กระดึ๊บไปเป็นที่ๆ แล้วกันค่ะ เอ็นทรีหน้า หวังว่าจะได้อัพอาหารแนะนำในจังหวัดคางาวะ 

 

Comment

Comment:

Tweet