สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก

ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ขึ้นสู่ความประทับใจอันดับที่ 2 ของทริปนี้ดีกว่า

แล้วจะรู้ว่า... เชอะ ไม่ง้อดอกไม้ก็ได้ หึหึหึ

อันดับที่ 2 ได้แก่...

"ซากะเป็นแหล่งเบอร์เกอร์อร่อยนะตัวเธอว์"

ไปกินมา 2 ที่ค่ะ ได้แก่ คารัตสึเบอร์เกอร์ และทาเคโอะเบอร์เกอร์

ต่อเนื่องจากการฟินเมืองคารัตสึในเอ็นทรีที่แล้ว งั้นขอเริ่มจากคารัตสึเบอร์เกอร์ก่อนดีกว่าค่ะ

ในการลิ้มลองเบอร์เกอร์ขึ้นชื่อของเมืองคารัตสึนั้น เดี๊ยนและพวกพ้องได้บุกป่าฝ่าดงกันไปกินที่ "虹ノ松原 (นิจิโนะมัตสึบาระ)" มาค่ะ

ขออธิบายสถานที่ก่อน

ที่เมืองคารัตสึเนี่ย เขามีป่าสนที่มนุษย์ปลูกขึ้นเลียบฝั่งทะเลเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร เพื่อป้องกันลมและกระแสน้ำที่แรงในอ่าวคารัตสึ

ป่าแห่งนี้มีอายุสามร้อยกว่าปีแล้ว สนที่ปลูกคือต้นสนดำ เลียบโค้งไปกับอ่าวเหมือนสายรุ้ง (เดี๊ยนเดาว่าที่มาของชื่อ นิจิโนะมัตสึบาระ ซึ่งแปลว่าแหล่งสนสายรุ้งจะมาจากรูปร่างของป่ารึเปล่านะ)

ขอนอกเรื่องนิดนึงนะคะ จากที่ปัจจุบันมีกระแสการปลูกป่าทดแทน และมีคนบอกว่าให้ป่าฟื้นตัวเองตามธรรมชาติจะดีกว่านั้น เดี๊ยนเห็นด้วยแค่ครึ่งเดียวและไม่เห็นด้วยอีกครึ่งหนึ่งค่ะ

เหตุที่เห็นด้วยกับการไม่ปลูกป่า เพราะสิ่งที่มนุษย์สร้างโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์วิทยา ตามอย่างที่คนเห็นด้วยเขามองกันนั่นแหละค่ะ

แต่ที่ไม่เห็นด้วยก็คือ ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่ทำให้รู้เท่าถึงการณ์กันล่ะ

แน่นอนว่า ในสภาพพื้นที่ต่างๆ ย่อมมีที่ซึ่งสมควรปลูกป่าทดแทน และไม่สมควรปลูกป่าทดแทน และที่สำคัญ ในโลกนี้มีหลายประเทศที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ละชีววิทยามาปลูกป่าทดแทนได้สำเร็จ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในนั้น

การปลูกป่าทดแทน จึงน่าจะเหมาะสำหรับหลายพื้นที่ที่ป่าถึงขั้นวิกฤต... คือมนุษย์โลภและเลวกันขนาดนี้ จุดที่ธรรมชาติไม่สามารถฟื้นตัวเองได้มันก็มีนะเออ ถ้าป่าไม้เป็นผู้หญิง แล้วโดนข่มขืนจนหมดสภาพ ไม่เป็นผู้เป็นคน แบบเขาหัวโล้นที่เราเจออยู่ในปัจจุบัน ร้อยทั้งร้อยตัดสินใจลาโลกกันทั้งนั้นล่ะค่ะ แล้วเราก็ปล่อยให้พวกเธอตายๆ ไปซะตามเวรตามกรรม โดยหวังว่าอีกร้อยปีพันปีต่อมาพวกเธอจะเข้มแข็งฟื้นตัวขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งอะไรเลยงั้นเหรอ? อีกอย่าง การสร้างพื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องที่เร่งด่วนมาก ตอนนี้ประเทศเราเป็นมะเร็งปอดกันแล้วนะคะ จุดไหนควรรักษา ไม่ควรรักษา ก็ศึกษากันให้ดี ไม่ใช่ทำพร่ำเพรื่อ แต่ถ้าจะไม่ทำอะไรกันเลยก็ก้มหน้ารับกรรมกันไปจนสิ้นอายุขัยและปล่อยให้รุ่นลูกรุ่นหลานแบกรับชะตากรรมต้องคำสาปที่รุ่นบรรพบุรุษขรี้เรี่ยราดทิ้งไว้เถิด

ที่เดี๊ยนไม่เอ่ยเรื่องของการยั้บยั้งการตัดไม้ทำลาายป่า ก็เพราะว่า... สิ้นหวังต่อจิตใจมืดดำของอมนุษย์ในคราบมนุษย์จริงๆ ค่ะ ความโลภของนายทุน และความเขลาของใจคนที่เกี่ยวข้องมันเกินเยียวยา คนมันจะเลว มันไม่มาสำนึกรักแผ่นดินรักสิ่งแวดล้อมหรอกน่า ถ้ามันจะรักมันจะไม่คิดแม้แต่จะทำอย่างผิดกฎหมาย หรือตุกติกตะเกียกตะกายจนอาชญากรรมของตัวเองถูกกฎหมายจนได้ สิ่งที่จะดึงสำนึกของคนพวกนี้ได้คือการทำให้มันจมดิ่งสู่ขุมนรกเท่านั้น ตราบใดที่มือยังมีเงินในแผ่นดินที่ลือชื่อเรื่องการคอรัปชั่น ดวงตาเห็นธรรมยากค่ะ ปลงพวกสวะผูกไทใส่สูทเหล่านี้เสียเถิด

นอกเรื่องมาเยอะแล้ว วกมาที่ป่าสนแห่งนี้ต่อ

ปัจจุบัน ป่าสนกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของคารัตสึค่ะ แถมยังติดหนึ่งในร้อยทิวทัศน์สวยอัศจรรย์ของญี่ปุ่นอีกด้วย เนื่องจากมีถนนตัดผ่านทะลุป่า หนุ่มสาวจึงนิยมเช่าจักรยานขี่เล่น (แต่พอเดี๊ยนไปถึงที่จริงๆ ไม่ค่อยแนะนำนะคะ เพราะรถยนต์ที่สัญจรไปมานั้นแล่นกันเร็วมาก อันตรายค่ะ)

และในป่าสนก็มีร้านอาหาร คาเฟ่กลางป่าแบบบ้านๆ เก๋ๆ และจุดพักรถอยู่หลายที่ค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือ... ร้านคารัตสึเบอร์เกอร์แห่งนี้...

ร้านแห่งนี้มีชื่อว่า "からつバーガー (คารัตสึเบอร์เกอร์)" ตรงตัวเลยค่ะ จริงๆ แล้ว ตัวร้านมีหลายสาขา แต่สาขาใหญ่อยู่ที่ป่าสนแห่งนี้ค่ะ แถมยังเป็นร้านเบอร์เกอร์บนรถตู้อีกต่างหาก จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เดี๊ยนต้องลากเพื่อนๆ ดั้นด้นมา

ถ้ากินสาขาอื่นแบบร้านทั่วไป มันก็ไม่ได้บรรยากาศน่ะสิ เหอๆๆๆ

ว่าแล้วก็หาข้อมูลค่ะ

คำเตือน : ท่านที่กำลังคิดจะไป กรุณาอ่านให้จบก่อนนะคะ เพราะพวกเดี๊ยนพลาดกันมาแล้ว ไม่อยากให้เธอว์เจ็บช้ำซ้ำกับเดี๊ยนอีก กระซิกๆ

การผจญภัยของเดี๊ยน เริ่มจากนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Nijinomatsubara ค่ะ จากนั้นก็เปิดกูเกิลเดิน

ก่อนเดิน มีกลุ่มคุณหมอออกมาจากคลินิคเล็กๆ ตรงแถวสถานีค่ะ ด้วยความไม่มั่นใจ

จริงๆ เดี๊ยนก็เดินเล่นรอบนึงในกูเกิลเอิร์ธตอนหาข้อมูลมารอบนึงแล้วนะ มันไกลอ่ะ ในขณะที่เช็คเว็บไซต์รีวิวต่างๆ บางคนก็บอกว่าเดินแค่สิบนาที แต่เจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวที่สถานีคารัตสึบอกว่าไกลนะ นั่งแท็กซี่ดีกว่า ทว่า อนิจจา แท็กซี่แถวนั้นไม่มี

คุณหมอซึ่งสวมชุดกาวน์ แถมห้อยเครื่องช่วยฟังราวกับเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ (พวกเดี๊ยนงงมาก พวกคุณหมอไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนปิดคลินิคกันเสียหน่อยเหรอ) ต่างก็หันไปมองหน้ากัน แล้วพูดว่า

"อืม... เดินตามถนนก็เดินไกลเหมือนกันนะครับ แถมรถก็วิ่งกันเร็วด้วย ไม่ปลอดภัย ถ้าเดินตัดป่าสนไป ก็จะลัดกว่า แต่... จะไม่รู้น่ะสิ ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน"

คุณหมอคะ... มันก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ป่ามันไม่มีทางให้เดินนะคะ คุณหมอคิดอะไรของคุณหมออยู่ ฮืออออ 

สงสัยคุณหมอคงทำงานหนักเกินไป เหอๆๆๆ

แต่เราก็ขอบคุณคุณหมอ และออกเดินไปตามถนนเรื่อยๆ...

เรื่อยๆ...

เรื่อยๆ...

เรื่อยๆ...

ผ่านไปราวเกือบครึ่งชั่วโมงได้ (ไม่รู้ใช่รึเปล่า แต่มันก็นานอยู่นะ ความรู้สึกมันประมาณนั้นแหละค่ะ เพราะรอบตัวมีแต่สีเขียวนี่นา)

ยังไม่ถึงค่ะ

กระนั้น วิวในป่าสนสวยมากค่ะ

เดินไป ถ่ายรูปไป ชมนกชมไม้ไป

ดอกไม้ป่าสีสันสดใส น่ารักมาก

แต่ต้องคอยระวังรถ เพราะไม่มีทางคนเดินนะคะ

จนกระทั่งถึงที่หมาย... รู้สึกเห็นสรวงสรรค์กันเลยทีเดียว

แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ

ได้ซื้อเบอร์เกอร์จากรถตู้ และเบอร์เกอร์อร่อยมากจริงๆ

ใครที่ไม่กินเนื้อวัว ไม่ต้องห่วงค่ะ มีเมนูที่ไม่มีเนื้อวัวด้วย

มันอร่อยตรงที่ขนมปังค่ะ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน หอมละไมอยู่ในปาก ซอสก็กลมกล่อม เข้มข้น นัวลิ้นไปหมด

และที่อร่อยคูณสอง เพราะมากินที่ป่าสนแห่งนี้เนี่ยแหละ นั่งบนม้านั่งตัวยาว มีฉากหลังเป็นต้นสนสีเขียว อากาศบริสุทธิ์ ได้กลิ่นไอทะเล สุดยอดมากๆ

โฮกกกกก คิดแล้วก็อยากไปกินอีก ตอนนั้นไม่น่าซื้อแค่ชิ้นเดียวเลย อุตส่าห์เดินไกลกว่าจะไปถึงแท้ๆ (แต่ต้องเผื่อท้องไว้มื้อเย็นค่ะ)

พอกินเสร็จ ถ่ายรูปเล่น เตรียมกลับ

แต่เดินกลับไม่ไหว ต้องเรียกแท็กซี่

นั่นแหละค่ะ ถึงได้กระจ่างแจ้ง

ตอนที่นั่งแท็กซี่ ก็พบว่า แทนที่เราจะขึ้นรถไฟไปสถานี Nijinomatsubara เราขึ้นโชวะบัส แล้วมาลงป้ายโรงแรม Seaside (ไม่แน่ใจว่าหมายเลข 8 หรือ 9 นี่แหละ แต่สองป้ายนี้อยู่ใกล้กันค่ะ) จะเดินใกล้กว่าเยอะเลย ซิกๆๆๆๆ

เอาเส้นทางโชวะบัสมาแปะซะเลย นี่แน่ะ! (เส้นทางสีเหลืองเข้มนะคะ)

 

เอาล่ะค่ะ ตามกันมาติดๆ กับเบอร์เกอร์ขึ้นชื่อของจังหวัดซากะอีกที่หนึ่ง

นั่นคือ "ทาเคโอะเบอร์เกอร์"

คราวนี้เดี๊ยนแวะเที่ยวกันที่ทาเคโอะอนเซ็นด้วยอีก 1 คืนค่ะ

โรงแรมที่พักคือ Personal Hotel You ซึ่งเป็นโรงแรมแนว business hotel อยู่ใกล้กับประตู 楼門 (โรมน) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองทาเคโอะ

ไหนๆ ก็เอ่ยชื่อออกมาแล้ว ขอเล่าเกี่ยวกับโรมนเลยแล้วกันนะคะ

โรมนเป็นประตูทางเข้า "ทาเคโอะอนเซ็น" ค่ะ

ทาเคโอะอนเซ็นเป็นแหล่งอนเซ็นขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งในซากะ อยู่ในเมืองทาเคโอะ ซึ่งห่างจากแหล่งอนเซ็นชื่อดัง "อุเรชิโนะอนเซ็น" ออกมาเพียงเล็กน้อย (นั่งรถก็ไม่น่าจะเกินชั่วโมงได้มั้ง)

การเดินทางมาที่นี่ คือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Takeo-onsen ค่ะ จากสถานีสามารถเดินมายังทาเคโอะอนเซ็น (โรมน) ได้ ไม่น่าจะเกิน 15 นาที ไม่ไกลมากค่ะ (พอดีเดี๊ยนมีสัมภาระ เลยรู้สึกไปเองว่าไกลนิดนึง)

เมื่อเอ่ยถึงอนเซ็น แน่นอนว่า ต้องหนีไม่พ้นเรื่องสรรพคุณของน้ำแร่ค่ะ

ทั้งอุเรชิโนะอนเซ็นและทาเคโอะอนเซ็น ต่างมีน้ำแร่ที่มีชื่อด้านความงามของผิว แช่แล้วผิวสวยใสนวลเนียนลื่นสัมผัสสบาย

ติดหนึ่งในสามสุดยอดน้ำแร่ด้านผิวสวยของญี่ปุ่นเชียวนะคะ

ต่างกันตรงที่ เมืองอุเรชิโนะจะมีเรียวกังเยอะมากค่ะ ใครอยากพักเรียวกังแนะนำที่นี่เลย วิวก็สวยด้วย มีแม่น้ำไหลผ่าน

ส่วนทาเคโอะนั้น ชื่อคันจิก็บ่งบอกอยู่ 武雄 แปลว่าชายชาติทหาร

ที่นี่เป็นอนเซ็นสำหรับเหล่าซามุไรมาตั้งแต่ยุคสมัยของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิกันเลยทีเดียว

ว่ากันว่า สมัยก่อนตอนออกรบ เหล่าซามุไรไม่มีสถานที่สำหรับชำระล้างร่างกาย จึงอาศัยแหล่งน้ำพุร้อนจากศาลเจ้าที่นี่ในการล้างแผล หลังจากนั้นที่นี่ก็กลายเป็นแหล่งแช่อนเซ็นของเหล่าซามุไร มีการสร้างหออาบน้ำซึ่งก็กลายมาเป็น "ทาเคโอะอนเซ็นแห่งนี้"

อาคารของที่นี่เคยพังทลายไปครั้งนึงค่ะ แล้วมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ ดังนั้น ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ก็เป็นอาคารจำลองซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ไม่มีการใช้แช่อนเซ็นจริง

อาคารจำลอง

อย่างไรก็ตาม ภายในรั้วเดียวกันก็มีที่ให้แช่อนเซ็นค่ะ ทั้งแบบสาธารณะ และแบบห้องไพรเวท

ดังนั้น ใครที่ชอบการแช่อนเซ็น ถ้ามาถึงทาเคโอะแล้วพลาดไม่ได้เด็ดขาดค่ะ

สำหรับบ่อสาธารณะราคาจะอยู่ที่ 400 เยน (ค่าเช่าผ้าเช็ดตัวแยกต่างหากนะคะ 250 เยนได้มั้ง)

ห้องจะมี 2 แบบทั้งชายและหญิงค่ะ คือห้องแบบ 元湯 (โมโตยุ) และ 蓬莱湯 (โฮไรยุ) 

โมโตยุจะเป็นห้องสไตล์เรโทรค่ะ ผนังและอ่างจะเป็นไม้ เปิดถึงเที่ยงคืน

ส่วนโฮไรยุจะเป็นห้องปูกระเบื้องธรรมดา บรรยากาศเหมือนโรงอาบน้ำสาธารณะทั่วไป เปิดถึงสามทุ่มครึ่ง

ชอบสไตล์ไหนก็เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัยค่ะ

เอาล่ะ มาพูดถึงโรมนบ้างดีกว่า

ตอนกลางคืนมีเปิดไฟด้วย สวยไปอีกแบบ

ประตูทางเข้าทาเคโอะอนเซ็นแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกที่ออกแบบสถานีโตเกียวค่ะ

ว่ากันว่าสถาปนิกผู้นั้นเป็นชาวซากะ จึงต้องการสร้างบางอย่างให้เกิดความเชื่อมโงต่อบ้านเกิด ตอนออกแบบสถานีโตเกียวจึงใส่สัตว์ในนกษัตริย์เข้าไปในสถานีโตเกียว แต่มีเพียง 8 ตัวเท่านั้น

แล้วอีก 4 ตัวหายไปไหนล่ะ?

อีก 4 ตัวอยู่ที่ชั้นบนของโรมนแห่งนี้ค่ะ

เสียดายที่เดี๊ยนไม่ได้ขึ้นไปดู แต่ถ้าใครมาเยือนที่นี่แล้วห้ามพลาดนะคะ

ตอนที่มีงานนิทรรศการระดับชาติจัดขึ้นที่สถานีโตเกียว (ไม่แน่ใจว่าเฉลิมฉลองครบรอบของสถานีรึเปล่า) ก็มีการนำภาพสัตว์อีก 4 ชนิดไปจัดแสดงที่โตเกียวด้วยค่ะ แต่เนื่องจากมีสองตัวสภาพไม่สมบูรณ์เนื่องจากความเก่าแก่ จึงไปได้เพียงภาพถ่ายเท่านั้น

เรียวกังบริเวณใกล้เคียงก็สวยนะคะ

เอาล่ะค่ะ แช่อนเซ็นกันแล้ว ได้เวลาเติมท้องให้อิ่ม!

ทาเคโอะเบอร์เกอร์ เอ้อ เอ้อ เอ้อ...

ร้านที่สุดแสนประทับใจ ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงแรมที่เดี๊ยนพักนี่เองค่ะ

ร้านมีชื่อว่า TKB AWARDS (TKB น่าจะย่อมาจาก Takeo Burger)

ความประทับใจอย่างแรกคือ... เปิดขายตอนดึกๆ ด้วย (เปิด 2 รอบค่ะ กลางวันกับกลางคืน ปิดร้านตอนบ่าย)

ต้องเข้าใจก่อนค่ะว่า เมืองทาเคโอะเป็นเมืองเล็กๆ เงียบๆ ค่ะ พระอาทิตย์ยังไม่ทันตกดินดีร้านรวงก็เข้านอนกันเสียแล้ว ยิ่งหลังแผ่นดินไหวที่คุมาโมโตะ แทบจะร้าง ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ตอนฟ้ามืด ที่ยังเปิดบริการอยู่ก็มีแค่อนเซ็น ร้านสะดวกซื้อ แล้วก็ร้านเบอร์เกอร์เจ้านี้แหละค่ะ

แช่อนเซ็นเสร็จ กำลังสบายตัว ก็มากินเบอร์เกอร์ต่อให้สบายท้อง

ฮ้าาาาา นอนหลับสบาย ผ่อนคลายอะไรจะขนาดนี้

เมื่อเข้าไปในร้าน... โอ้ว ตกแต่งได้น่ารักกิ๊บเก๋มากค่ะ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชอบถ่ายรูปไปรีวิวมากๆ

ขออภัยในความหน้าสด แต่เพิ่งออกมาจากอนเซ็น เลยไม่ได้แต่งหน้าค่ะ หม่ำเบอร์เกอร์แล้ว เตรียมเข้านอน

ถ่ายรูปเล่นในร้าน มีอุปกรณ์พร้อม

และที่ไม่อยากเชื่อเลยก็คือ... ดึกแล้ว แต่ก็ยังมีคนมาอุดหนุนเบอร์เกอร์กันอยู่

มิน่าล่ะ ถึงได้เปิดถึงเที่ยงคืน

นอกจากนี้ เบอร์กอร์ของเจาก็มีหลายเมนู

รสชาติก็อร่อยไม่แพ้คารัตสึเบอร์เกอร์เลยล่ะค่ะ

ขนมปังผิวกรอบนิดๆ เนื้อนุ่ม ไส้อร่อย กินแล้วฟินถึงเช้า

แน่นอนว่าเมนูที่ไม่มีเนื้อวัวก็มีด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ ตบท้ายด้วยไอศกรีมรสนมที่เข้มข้น ชอบที่ไม่หวานมาก หอมอร่อย

ตอนแรกเดี๊ยนก็คิดว่ามันจะเนียนนุ่มเหมือนซอฟต์ครีมรสนมทั่วไป แต่ไม่ใช่ค่ะ มันมีความสากนิดๆ เหมือนเกล็ดหิมะละเอียดๆ อยู่ในเนื้อไอศกรีมค่ะ และรสชาติของนมก็ไม่เหมือนไอศกรีมรสนมทั่วไปด้วย เป็นเอกลักษณ์มากๆ

ของกินนี่มัน ฟินกับการเที่ยวจริงๆ

ไม่อยากบอกเลยว่า ก่อนหน้าเบอร์เกอร์เนี่ย ซัดมื้อเย็นไปแล้วมื้อนึง

ไว้จะรีวิวทีหลังนะคะ

โอยยยย ทำไมต้องอัพบล็อกตอนดึกด้วยเนี่ย

ทำร้ายตัวเองชัดๆ

โครกกกกก...

เจอกันเอ็นทรีหน้าค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet