[hide] everfree

posted on 27 Feb 2016 18:32 by neorosifix in neorosifying directory Entertainment, Asian

everfree

music & words by hide

translated by neorosifix

.

Let me, let me free, let me out

หากไม่เหลืออารมณ์จะรักใครเสียแล้ว

พอได้ลองฟังใครสักคนเล่า

ก็คงจะพูดระคนทอดถอนใจว่า

"ความรักเนี่ย ราคาเท่าไหร่เหรอ?"

.

หากลืมช่วงเวลาที่เคยมีความฝันไปเสียแล้ว

พอได้ลองฟังเด็กพูด

คุณก็คงยิ้มแล้วพูดว่า

"ความฝันเนี่ย กินได้รึเปล่า?"

.

หากเอาแต่คอยจ้องแต่ละวันที่ตะวันลาลับไป

มันก็เป็นได้แค่ SUNNY DAYS ที่สีซีดจาง

.

บทเพลงบทแรกที่กำลังจะเลือนหายไป

มันไปอยู่ไหนกันนะ?

.

การสานฝันของเธอที่คนหาว่าเพ้อเจ้อ

มันยังคงสั่นไหวอยู่ภายในใจ

everfree เรื่องราวที่เกือบจะถูกพับเก็บไปแล้วของเธอ

หากวาดมันออกมา ก็จะได้เห็นใช่ไหมล่ะ DReam?

.

everfree อยู่ที่ไหนล่ะ free? everfree

.

แต่ละวันโบยบินลับไป

ประหนึ่งอาทิตย์แตกดับ

.

แล้วบทเพลงบทแรกที่กำลังจะเลือนหายไป

มันอยากจะไปอยู่ไหนกันล่ะ?

.

ปีกแห่งอิสรภาพของเธอที่คนหาว่าเพ้อเจ้อ

ยังคงหลับไหลทั้งที่ถูกปิดตายไว้

everfree หากฝ่าค่ำคืนนี้ไปจนถึงเช้าวันใหม่ได้

เมื่อตื่นขึ้นมา ก็จะบินได้อย่างอิสระใช่ไหมล่ะ?

.

everfree อยู่ที่ไหนล่ะ free? everfree

.

(FU FU everfree

FU FU everfree

FU FU everfree

in your sight)

.

everfree เป็นเพลงที่เคยแปลมานานตั้งแต่รีลีสออกมาใหม่ๆ แล้วค่ะ

ตอนนี้ปัดฝุ่นเอามาแปลซ้ำ (หาอันเก่ามาลอกไม่เจอ)

ในฐานะของสาวโสด หมดอารมณ์กุ๊กกิ๊กหารักแท้ ขี้เกียจไปรักกับใคร หรือรับใครเข้ามาในใจให้ยุ่งยาก

และในฐานะของคนที่ทำความฝันหล่นหาย จนจำไม่ได้แล้วว่าตอนเด็กๆ เราเคยอยากเป็นอะไร ไม่รู้จริงๆ ว่าจะต่อสู้อย่างเต็มกำลังไปเพื่ออะไร เป้าหมายของชีวิตคืออะไร ความทะเยอทะยาน และชีวิตชีวาในการดิ้นรนทำอะไรสักอย่างสุดกำลังเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จนั้นเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ทำงานเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ และทำให้ดีที่สุดในแต่ละงานเพื่อความพึงพอใจและประทับใจของลูกค้า แต่พอจบงานก็โหวง หาตัวเองไม่เจอ

พอสองท่อนแรกของเพลงผุดขึ้นมาในหัว (และก็ผุดขึ้นมาบ่อยๆ เสียด้วยสิ) มันเจ็บจี๊ดอย่างบอกไม่ถูกค่ะ โดนมาก

แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ มันลืมไปหมดแล้วจริงๆ สร้างขึ้นใหม่ก็ไม่ไหว เพราะคลำหาไม่ถูกว่าเราจะเอาอะไรเป็นทาร์เก็ตที่เหมาะสมกับเราในตอนนี้

ความฝันวัยเด็กเป็นสิ่งที่มีค่าจริงๆ ค่ะ

มนุษย์ไม่ได้ตายเมื่อสิ้นลม

ถึงกับประจักษ์เลยว่า เราคนเดิมได้ตายไปนานแล้วโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว

อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่อาจสร้างทั้งความฝันและความรักใหม่ๆ ขึ้นมาได้ นั่นคือเดี๊ยนเหนื่อยหน่ายที่จะสร้างกิเลสค่ะ

รู้สึกพอใจกับชีวิตตรงนี้ ไม่ได้อยากได้ อยากมี อยากเป็น หรืออยากอะไรที่มันเกินความสามารถของเรามา

ให้มองว่าขี้เกียจก็ขี้เกียจนะ ให้มองว่าสงบก็สงบ

เหมือนจะดี แต่ก็เหมือนจะแย่ เพราะจิตวิญญาณที่ไม่กระตือรือร้นหรือกระหายที่จะเติมเต็มตัณหา ย่อมเหือดหายและแห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลาเช่นกัน

ถึงจะรู้อย่างนั้น..........

เอาเป็นว่าเดี๊ยนขอมอบคำแปลเพลงนี้ ให้แก่คนที่ยังมีไฟ มีฝัน มีความรักทุกคน

หากมีความรักที่ดี จงรักษามันเอาไว้ คอยรดน้ำพรวนดิน ทะนุถนอมให้ดี แม้ว่าจะเป็นรักข้างเดียว หรือรักที่เป็นไปไม่ได้ก็ตาม ตราบใดที่หัวใจยังมีความพร้อมที่จะรัก คุณจะไม่มีวันตาย เพราะหัวใจที่ยังรู้สึกเจ็บปวดได้ เป็นหลักฐานของการมีชีวิต ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขเพราะรัก จงยอมรับมัน เพราะเมื่อคุณเฉยชาต่อความรักแล้วครั้งหนึ่ง มันยากมากนะที่จะกลับไปรักใครได้อีก มันไม่ใช่การปิดใจค่ะ ความรู้สึกคนเป็นเรื่องธรรมชาติ ปิดเปิดกันตามใจชอบไม่ได้ การปิดใจคือการฝืนไม่รัก แสดงว่าคุณยังมีความรักอยู่ ต่างจากเดี๊ยนที่รู้สึกแห้งผากเป็นหุ่นยนต์ อยากรักใครซักคน แต่ก็ไม่มีคนให้เราได้รัก เพราะลืมไปแล้วว่าความรักเป็นยังไง แต่ก็ไม่ได้ดูถูกความรักของคนอื่นนะคะ ยังฟินได้ แต่ภายในใจของตัวเองไม่มีอ่ะ และไม่มีความอยากเรื่องความรักอีกด้วย รอคนที่ใช่อย่างเดียวเลย แต่ก็... อย่าเรียกว่ารอเลยค่ะ ถ้าปาฏิหาริย์มีเดี๋ยวก็มาเอง 

หากมีความฝันที่ดี จงเก็บมันไว้ และใส่พลังให้กับความฝันอยู่เรื่อยๆ อย่ายอมให้ชีวิตประจำวันกีดกันความฝันของคุณเด็ดขาด เพราะเพียงละสายตาจากความฝันเพียงนิดเดียว มันอาจจะไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้วก็ได้ และคุณก็จะลืมไปเลยว่าเคยอยากทำอะไร

บางคนยอมทำงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบมาก เพื่อหาเงินมาทำตามความฝัน แต่ระหว่างทาง มีสิ่งยั่วยุมากมาย จนสุดท้าย ก็อาจหลงระเริงและทิ้งความฝันไปได้

เดี๊ยนอิจฉาคนที่มีความฝัน คนที่รู้ตัวว่าเกิดมาเพื่ออะไร คนที่ต่อสู้เพื่อบรรลุจุดประสงค์แรกเริ่มของชีวิต คนที่ยังบรรเลงเพลงโปรดเพลงเดิมอยู่ในหัวใจแบบฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ คนที่มี something to live and die for (วลีนี้เอามาจากสามี เป็นคำที่เดี๊ยนชอบมาก เพราะในตัวเดี๊ยนไม่มี)

อย่างน้อย เขาก็รู้ว่าเขาจะต่อสู้ไปเพื่ออะไรที่เป็นจุดสูงสุดในชีวิต เขามีเป้าหมายความสำเร็จ แม้ว่ามันอาจไม่มีวันสำเร็จ

เมื่อเขาล้ม เขาสูญเสีย เขาจะรู้ว่าเขาต้องลุกเพื่ออะไร และหันหัวไปในทิศทางไหน

คนที่มีอะไรแบบนี้ แรงกายแรงใจและพลังชีวิตจะแก่กล้าเป็นพิเศษค่ะ คนเหล่านี้คือคนพิเศษ ไม่ว่าฝันของเขาจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม

อิจฉาจริงๆ

ใช่แล้วค่ะ... และคนที่มีความฝันเป็นของตัวเอง จะไม่ค่อยเสียเวลาอิจฉาคนอื่น เป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ

ถ้ามัวหมกมุ่นอยู่กับความอิจฉา เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เกิดมาต้นทุนและประสบการณ์ต่างกัน สิ่งที่ตัวเองอยากไขว่คว้ามันก็จะเป็นแค่กิเลสกากๆ ที่มาจากความอยากเอาชนะ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว

นอกจากนี้ เอาตัวเอาใจไปผูกกับคนอื่น แล้วเราจะ everfree ได้อย่างไร?

Comment

Comment:

Tweet