『私と日本』bei Mediator

posted on 25 Feb 2016 22:50 by neorosifix in neorosifix directory Lifestyle, Asian, Diary

สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก

หายหน้าไปนาน จริงๆ แล้วมีหลายเรื่องที่อยากอัพเดทค่ะ แต่ปัญหาคือ ธุระเยอะมว้ากกกก

เอาเรื่องนี้ก่อนเลยดีกว่าค่ะ

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เดี๊ยนได้ไปสัมภาษณ์ลงบทความในเว็บไซต์ของบริษัท Mediator มาค่ะ

ตามลิงค์นี้โลดดดด

http://www.mediator.co.th/blog/mblog/lifestyle/2863.html

ถามว่าเอาลิงค์สัมภาษณ์ตัวเองมาแปะแบบนี้อายมั้ย... อายมากค่ะ แรกว่าจะไม่เผยแพร่ เก็บไว้เป็นที่ระทึกเงียบๆ คนเดียว แต่คิดไปคิดมาก็เกิดเปลี่ยนใจ

ที่บอกว่าอาย จะไม่ให้อายได้ไงคะ ลองย้อนกลับไปดูบทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน ก็จะพบว่าเจ้าของเรื่องราวที่ได้ให้สัมภาษณ์จนมาเป็นบทความแต่ละท่านนั้น ล้วนแต่เป็น "ซัมวัน" ในยุทธภพทั้งนั้นเลย

ไม่ว่าจะเป็น น้องนัท หรือนัตโตะ เจ้าของหนังสือ "พูดญี่ปุ่นทันใจ" รวมทั้งคอนเทนต์ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น J-Doradic หรือ เพจสาย J-Dora ทั้งหลาย

น้องเหมียว หรือ บก.เรโกะ ขวัญใจชาวประชาคาวาอี้

และ คุณเกตุวดี สาวเก่งน่ากราบและคอลัมนิสต์คนขยันแห่ง marumura ที่ก็มีผลงานหนังสือน่าติดตามออกมา

ไม่ใช่แค่นั้น... ยังมีก่อนหน้านี้ที่คนสัมภาษณ์เป็นคอลัมนิสต์อีกท่านหนึ่งได้เคยอัพเดทไว้

ไม่ว่าจะเป็น พี่ตู่ พี่ก้อง พี่อรรถ ล่ามเทพฝีมือทองสมองเลอค่า

ไหนจะน้องบูม เจ้าของพ็อกเก็ตบุค "JAPAN SALARYMAN"

ฯลฯ

เข้าไปอ่านเรื่องราวของท่านอื่นๆ ได้ค่ะ เดี๊ยนแนะนำ

http://www.mediator.co.th/mblog/lifestyle

อ่า... ทุกคนดูมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นบุคคลสำคัญและน่าสนใจ ควรค่าแก่การถูกสัมภาษณ์เป็นอย่างยิ่ง 

ในขณะที่เดี๊ยนเป็นล่ามมาก็ราวสิบปี ฝีมือไม่เป็นโล้เป็นพาย จับแต่งานสวยๆ ง่ายๆ อ้อ มีถึกๆ ทนๆ บ้าง ทำงานเอาสนุกเข้าว่า ไม่เน้นพัฒนาฝีมือและค่าจ้าง กร๊ากกกกก

มาอยู่ในวินโดว์เดียวกันกับคนอื่นๆ ดูสะเออะอย่างบอกไม่ถูกค่ะ นี่ไม่ได้ถล่มตัวนะ พูดจากใจจริงเลย

ยิ่งช่วงที่นัดสัมภาษณ์ เป็นช่วงลูกผีลูกคนค่ะ คือควันหลงมาจากราหูอมในเดือนมกราคมค่ะ อาการซึมเศร้าอ่อนๆ ยังไม่หาย

ขออนุญาตเกริ่นก่อนว่า เป็นเดือนเคราะห์ที่ถึงจะไม่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความรำคาญใจตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ ค่ะ

เริ่มจากเดี๊ยนมีอาการเป็นไข้อ่อนๆ ตลอดเวลา สติสัมปชัญญะไม่ครบ 100% รวมทั้งมีเม็ดประหลาดขึ้นบริเวณเหงือก ตอนแรกสันนิษฐานว่ากระดูกงอก เอ็กซ์เรย์ไป 2 รอบ หมอหาสาเหตุไม่ได้ และไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่สุดท้ายผ่านไปหลายสัปดาห์ มันก็หายไปเองค่ะ เหล่านี้เป็นผลให้ตัวเองรู้สึกโง่ สมองกลวง ดวงไม่ดีอยู่ตลอดเวลาค่ะ

สิ่งที่มาทดแทนสติสัมปชัญญะที่เสียไป คือ พลังซูเปอร์เนเชอรัลค่ะ

ลางสังหรณ์ไวและแม่นมาก นี่ถ้ารู้ตัวเร็วกว่านี้ จิแคนเซิลงานทั้งหมดแล้วไปตั้งโต๊ะดูดวง คงสร้างรายได้เป็นแสนๆ แน่ เพราะไม่ว่างานจะเข้า จะเลื่อน จะยกเลิก ลูกค้าเป็นยังไง จะเกิดอะไรขึ้น เรื่องหลวงเรื่องราษฎร์ โชคดีโชคร้าย สังหรณ์อะไรไม่เคยพลาดเลยแม้แต่เรื่องเดียวค่ะ #แม่นสึส

ปัจจุบันฟ้าเริ่มเปิดอีกครั้งค่ะ สติมา สัมปชัญญะมี (ลางสังหรณ์ก็ลดความแรงลง) เมื่อเดือนที่แล้วตอนสมองไม่ดีก็จำความรู้สึกไม่ได้เลยว่าตอนที่เราอยู่ในภาวะปกติเป็นยังไง ในขณะที่ตอนนี้กลับจำไม่ได้เหมือนกันว่าตอนที่เราซึมเศร้าเรารู้สึกยังไง มันก็ตลกดีเนอะ เรื่องที่เคยเกิดขึ้นแต่กลับเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

กระนั้นยังเหลือควันหลงอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าอุทิศแด่ความสะใจของเจ้ากรรมนายเวร คิดเสียว่าไม่กี่ครั้งในชีวิตหรอก ที่เราจะได้ลิ้มรสของการเป็น "คนดวงตก" 555

 

กลับเข้ามาสู่เรื่องบทความค่ะ

ถึงเดี๊ยนจะบอกว่าอายที่ได้สะเออะขึ้นไปเทียบกับคนอื่นๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย แต่กระนั้น ความเหนื่อยยากและมันสมองในการกลั่นกรองบทความของคนสัมภาษณ์และคนเขียนก็มีคุณค่าค่ะ และออกมาเป็นบทความที่ดีจริงๆ เก่งมากๆ ที่เขียนเรื่องของล่ามที่ไม่มีอะไรนอกจากความสวย (ตอนนั้นก็ไม่สวยด้วย เพราะราหูอม) อย่างเดี๊ยนให้น่าสนใจขึ้นมาได้ค่ะ ถ่ายรูปเก่งด้วยนะเออ 5555

บทความเขียนโดยชายหนุ่มน่ารักเฟรนด์ลี่หน้าตาดีแห่ง Mediator คุณชิมิซึ โยอิจิค่ะ

ต้องขอขอบคุณคุณชิมิซึด้วยนะคะ ตอนมาขอสัมภาษณ์ก็แอบงงนิดหน่อยค่ะ เพราะหน้าล่ามท่านอื่นๆ ที่คู่ควรแก่การสัมภาษณ์มากกว่าเดี๊ยนลอยมาในหัวหลายราย แต่สุดท้ายก็ตอบรับไปค่ะ เพราะคุณชิมิซึบอกว่าคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับเส้นทางการเรียนภาษาญีปุ่น ไม่ได้มีหัวข้อหวือหวาอะไร

แต่ก็ถือว่าวันที่สัมภาษณ์ก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศนะคะ คือตอนนั้นยังมึนๆ หมองๆ ราหูยังอาลัยอาวรณ์เดี๊ยนอยู่ค่ะ พอได้พูดถึงความหลัง ถึงมันจะไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนได้ทบทวนตัวเองไปด้วยเหมือนกันค่ะ

ตอนสัมภาษณ์ เดี๊ยนได้เอ่ยถึงน้องที่น่ารักคนหนึ่ง นั่นคือ "โฮริกุจิ โยชิมิ" หรือน้องโย สาวญี่ปุ่นตาบอดแต่ใจไม่บอด ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อเด็กไทยที่ด้อยโอกาสค่ะ

ไม่ใช่แค่ไม่ย่อท้อนะคะ น้องโยยังทำอย่างคิดบวก คิดดี มีสุขภาพจิตอีกด้วย สุดยอดจริงๆ

น้องโยเป็นบุคคลที่น่าสนใจและน่าประทับใจมากๆ ที่ต่อให้เดี๊ยนสมองฟั่นเฟือนก็คงไม่ลืมเลือนเธออย่างแน่นอน

เราเคยทำงานด้วยกันหลายครั้งค่ะ

บอกได้คำเดียวเลยว่า "เป็นมนุษย์ที่แค่ได้อยู่ใกล้ๆ หรือแค่ได้เห็นสิ่งที่น้องโยทำ สิ่งที่น้องโยเป็น ก็ได้รับกำลังใจแล้ว"

เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เดี๊ยนพูดได้ไม่อายปากเลยว่า "เหมือนปาฏิหาริย์ในโลกแห่งความจริง"

และบังเอิญมากค่ะ ที่ในสัมภาษณ์ของคุณเกตุวดีก็พูดถึงน้องโยเหมือนกัน

Mediator คะ... คงถึงเวลาต้องสัมภาษณ์น้องโยแล้วนะคะ เดี๊ยนยืนยันได้ว่า ดีงามมากจริงๆ

น้องโยเป็นบุคคลที่น่าสนับสนุนโดยไม่มีข้อกังขาค่ะ เดี๊ยนคอนเฟิร์ม!!!

จริงๆ แล้ว เส้นทางการเป็นล่ามของเดี๊ยน มันมีต่อยอดอีกยาวไกลมากกว่าในบทความค่ะ

ถึงมันจะน่าเบื่อ ไม่หวือหวา ไม่สาระเข้มข้นแบบล่ามท่านอื่นๆ แต่มันก็เต็มไปด้วยคำขอบคุณค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ และร่วมหัวจมท้ายทำงานด้วยกันจนจบแต่ละจ๊อบ รุ่นพี่ เพื่อนล่าม และรุ่นน้องที่เป็นแบบอย่างที่ดี รวมถึงบางท่าน (น้อยมาก) ที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ก็ยังอุตส่าห์เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเดี๊ยน รวมถึงหลายๆ ท่านที่ให้กำลังใจกันเสมอ ไหนจะเพื่อนฝูง คนรู้จักที่เคยเสนองานมาให้ ผู้ร่วมงานและขาเม้าท์ขากินทุกๆ ท่าน

สำคัญมากคืออาจารย์ ไม่ใช่แค่อาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่นนะคะ และทุกวิชาที่เดี๊ยนได้เรียนมา

การทำงานเป็นล่าม มันไม่ใช่แค่แปลภาษาค่ะ แต่มันคือเอาทุกศาสตร์ที่เคยติดเนื้อติดตัวติดหัวสมองมาประยุกต์กลั่นกรองจนออกมาเป็นผลลัพธ์อีกภาษาที่เหมาะสมกับบริบทที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

จะอาจารย์ภาษาญี่ปุ่น อาจารย์เลข อาจารย์ภาษาไทย อาจารย์พละ หรือแม้แต่อาจารย์สอนการแสดง (ไม่ได้มีแค่นี้นะคะ เดี๋ยวยาว) ก็ล้วนแต่มีอิทธิพลต่อกระบวนการประมวลผลการแปลในวันนี้ของเราไม่มากก็น้อยค่ะ

หนึ่งในคนที่เดี๊ยนอยากจะขอบคุณก็คือ Mediator ค่ะ โดยเฉพาะ "พี่อ้อ" ผู้บริหารสวยเปรี้ยว ที่ได้ไว้วางใจติดต่อเดี๊ยนให้ไปเป็นล่ามในหลายๆ งานค่ะ เมื่อเดือนที่แล้วช่วงราหูอม ก็มีงานที่เดี๊ยนไปสร้างความลำบากให้พี่อ้อด้วย ฮือๆๆๆ แต่ทุกงานที่ได้ทำมาก็เป็นประสบการณ์ที่ดีและมีค่านะคะ

ไม่ว่างานจะเฟลหรือไม่เฟล เราก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง ซึ่งอาจไม่ใช่การเติบโตในฐานะล่ามเสมอไปค่ะ

ทุกๆ อย่างคือการเรียนรู้เนอะ

 

สุดท้ายนี้ ใครอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ เดี๊ยนก็แนะนำให้อ่านเรื่องราวของบุคคลในวงการญี่ปุ่นท่านอื่นๆ ของเว็บ Mediator ค่ะ เป็นกำลังใจให้คนเขียนบทความด้วยนะคะ

ส่วนเดี๊ยนเอง ไหนๆ ก็สะเออะไปเป็น "ซัมวัน" ในหน้านั้นแล้ว ก็คงต้องขอพัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับการไปอยู่ในวินโดว์ที่รายล้อมไปด้วยคนเก่งๆ เหมือนกันค่ะ จะให้มัวแต่สำเหนียกตัวเองแล้วอยู่เฉยๆ คงจะไม่ได้

 

รัก... ช่า บันทึกของตุ๊ด // เอร๊ยยยย ไม่ใช่แระ 5555 (กำลังลงแดงค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet