สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก

เมื่อสิ้นเดือนมกราที่ผ่านมา เดี๊ยนมีโอกาสได้ทำงานล่ามให้กับศิลปินญี่ปุ่นที่มาจัดการแสดงที่เมืองไทย

ศิลปินนั้นคือ Kuricorder & Friends ค่ะ

ตั้งแต่เข้าปีใหม่เป็นต้นมา ชีวิตเดี๊ยนค่อนข้างขาลงค่ะ ทั้งที่งานเข้าเยอะแท้ๆ แต่กลับเหมือนถูกราหูอม

กระนั้น ได้จ๊อบแบบนี้ ค่อยมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย

ดูคอนเสิร์ตฟรีสิคะ อิอิ

คอนเสิร์ตครั้งนี้ จัดขึ้นโดย JAPAN FOUNDATION ค่ะ 

ก่อนจะมาเมืองไทย Kuricorder & Friends ไปแสดงที่เมียนมาร์มาก่อนค่ะ

ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกที่มาร่วมแสดงค่ะ คลิกเพื่อดูภาพใหญ่ได้นะคะ

ขอกล่าวถึงตัวศิลปินก่อนเลยแล้วกันนะคะ

Kuricorder & Friends (ในครั้งนี้) ประกอบด้วย

Kuricorder Quartet ซึ่งมีสมาชิก 4 คน ปัจจุบันออกไปหนึ่ง เหลือเพียง 3 คนแล้ว เป็นกลุ่มศิลปินที่เคยมาแสดงที่เมืองไทยราว 2-3 ครั้งแล้ว ภายใต้โครงการของ JAPAN FOUNDATION ค่ะ เครื่องดนตรีหลักๆ ของวงได้แก่ ขลุ่ยไม้จำพวกรีคอร์เดอร์นั่นเอง คิดว่านั่นน่าจะเป็นที่มาของชื่อวงด้วยค่ะ

Beautiful Hummingbird เป็นวงดูโอชายหญิงค่ะ เล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย และส่วนใหญ่จะเล่นเพลงเด็กสไตล์ใสๆ น่ารักๆ ค่ะ

Chiku Toshiaki ท่านนี้มาเดี่ยวค่ะ เดิมเคยเป็นสมาชิกวง PASCALS ซึ่งมีสมาชิก 14 คนมาก่อน แต่ปัจจุบันออกมาฉายเดี่ยวแล้ว ด้วยภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร (ใส่เกี๊ยะญี่ปุ่นอยู่ตลอดเวลา) และน้ำเสียงที่ตลกเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นขวัญใจเด็กๆ ค่ะ

การแสดงในวันแรก จัดที่หอประชุมในตึกสยามกลการ ตรงข้ามกับสนามกีฬาแห่งชาติ

แบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบครอบครัว เหมาะสำหรับพาเด็กๆ มาเอ็นจอยเสียงดนตรีค่ะ โดยรอบนี้บัตรจะราคาถูกกว่านิดหน่อย เพราะเวลาในการแสดงกระชับ และเลือกมาแต่เพลงค่อนข้างสั้น เพื่อให้เหมาะกับเด็กเล็กๆ ที่สมาธิและความสนใจยังไม่สเถียรเท่าไหร่

ส่วนอีกรอบหนึ่งเป็นรอบบุคคลทั่วไปค่ะ รอบนี้ใส่เพลงเพิ่มมาอีกนิดหน่อย และคนดูส่วนใหญ่เป็นแฟนเพลงที่รู้จักศิลปินอยู่แล้วค่ะ

แอบออกตัว เผื่อมีคนที่ไปดูในวันนั้นเข้ามาอ่านบล็อกนี้แล้วจำอีล่ามที่อยู่ข้างๆ เวทีได้

เนื่องจากการแสดงมีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงมีการนัดคิวไว้ในการล่ามค่ะ

กล่าวคือ เดี๊ยนไม่สามารถล่ามทุกคำพูดของศิลปินบนเวทีที่นอกเหนือจากบรีฟมาได้ ยกเว้นศิลปินส่งสายตาบอกว่าช่วยล่ามให้หน่อย ซึ่งก็เป็นอะไรที่นอกบท ไม่เช่นนั้นนอกจากจะไม่สามารถคุมเวลาได้แล้ว ยังอาจทำให้เสียงอีล่ามไปขัดจังหวะการพูดหรือการเริ่มต้นเพลงต่อไปของศิลปินได้ค่ะ

อีกอย่าง เนื้อหาการแนะนำเพลงส่วนใหญ่อยู่ในสูจิบัตรซึ่งมีภาษาอังกฤษอยู่แล้วด้วย

ดังนั้น อะไรที่นอกเหนือจากที่นัดแนะกันไว้ อีล่ามไม่แปลค่ะ (แม้ว่าจะอยากแปลใจจะขาดก็ตาม) โดยเฉพาะรอบแรกที่มีแต่ครอบครัวชาวญี่ปุ่นมานั่งฟังราว 80% ได้ ตอนนัดหมายครั้งแรกเกือบจะไม่มีการแปลเลยด้วยซ้ำค่ะ แต่พอตอนผู้ชมมารับบัตร เห็นว่ามีคนไทยอยู่เหมือนกัน เลยตัดสินใจว่าแปลสั้นๆ พอเป็นพิธี เพราะไม่งั้นจะกินเวลาเยอะค่ะ

แอบกลัวว่าผู้ชมจะไม่เข้าใจเหมือนกันนะคะ ว่าทำไมอีนี่ไม่ยอมล่าม ละเลยหน้าที่หรือว่าอย่างไร ไม่ใช่เลยค่ะ

ด้วยเหตุนี้ เลยแอบเป็นที่มาของเอ็นทรีนี้ด้วยค่ะ

เพราะเพลงที่ศิลปินบรรเลงแต่ละเพลงนั้น มีที่มาที่ไป

เดี๊ยนจะไม่แปลเนื้อเพลงหรืออะไรทั้งนั้นค่ะ แค่จะรีดความทรงจำในวันนั้น ว่าศิลปินกล่าวถึงอะไรบ้าง เท่าที่จำได้แล้วกันนะคะ ตามลิสต์เพลง อิงจากรอบบุคคลทั่วไปซึ่งมีจำนวนเพลงเยอะกว่าแล้วกันค่ะ

เริ่มจากเพลงแรก...

  1. 鉄道ラルツ (Railway Waltz) เพลงนี้เป็นเพลงเปิดค่ะ ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ นอกจากแนะนำตัว
  2. ボンネットバス (Bonnet Bus) 
  3. 第三の男 (The Third Man Theme) บุรุษที่สามในที่นี้หมายถึง "วายร้าย" ในหนังค่ะ ซึ่งเพลงนี้จะเป็นเมดเลย์ ประกอบไปด้วยเพลงประจำตัวของตัวร้ายจากหนัง 2 เรื่อง ได้แก่ ฉลามจาก "JAWS" และดาร์ธ เวเดอร์จาก "STAR WARS" (Imperial March) ซึ่ง...บรรเลงออกมาแล้วดาร์ธ เวเดอร์กลายเป็นบุรุษจอมมุ้งมิ้งแห่งจักรวารไปเลย 555
  4. 勘違い (Little Misundertsanding) เพลงนี้มีการแนะนำเครื่องดนตรีแปลกอยู่ 2 ชนิดค่ะ นั่นคือ Crumhorn เป็นเครื่องเป่าไม้ของทางยุโรปโบราณ (เก่าแก่ราว 400 ปี) ลักษณะเด่นคือ ปลายจะโค้งค่ะ ดูเหมือนปลายของด้ามร่มหรือไม่เท้า และ Jew's Harp ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โคคิน (口琴) เป็นเส้นลวดดัดเล็กๆ เวลาดีเปล่าๆ ไม่มีเสียง แต่พอเอาทาบไว้ที่ปาก หรือคาบไว้แล้วดีดจะเกิดเสียงตลกๆ ออกมา ดัง "ป่อยยย" สามารถเล่นเสียงได้หลากหลายตามการควบคุมของลมและลิ้น (ซึ่งเดี๊ยนเองก็ไม่เคยเล่นค่ะ ต่อให้ฟังภาษาญี่ปุ่นในตอนนั้น ก็แปลไม่ถูกหรอกว่ามันผลิตโทนเสียงที่แตกต่างได้ยังไง นึกภาพไม่ออกจริงๆ ค่ะ สงสัยต้องไปหาซื้อมาลองเล่นเอง 555) เครื่องดนตรีนี้เด็กๆ น่าจะชอบกันมากค่ะ เวลาเล่นออกมาเป็นเสียงพูด เสียงเหมือนหุ่นยนต์เลย ซาวด์ดิจิตอลมากๆ
  5. リンゴントウ (Ringonto) เพลงจากรายการเด็กยอดฮิตของ NHK 「おかあさんといっしょ」(อยู่กับแม่) ค่ะ
  6. Country Road เป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นนะคะ ซึ่งใช้ประกอบหนังอะนิเมชั่นเรื่อง 「耳をすませば」(แฟนการ์ตูนของลุงมิยาซากิ ฮายาโอะน่าจะรู้จักดี) เพลงนี้หลอนหูเดี๊ยนมาก เพราะตอนหนังเรื่องนี้เข้าฉายโดยมีเพลงนี้เป้นเพลงโปรโมท ตอนนั้นไปเที่ยวฮอกไกโดพอดีค่ะ ทุกๆ ที่ในฮอกไกโดพร้อมใจกันเปิดเพลงนี้ ซึมซับมากๆ เลย
  7. ウメボシジンセイ (Umeboshi-jinsei) หรือ ชีวิตของบ๊วยดอง เป็นเพลงที่เล่าถึงคุณค่าของบ๊วยเค็มค่ะ
    บ๊วยดองเป็นเครื่องเคียงที่พบเห็นได้เป็นปกติมากๆ ในโต๊ะอาหารญี่ปุ่น ทั้งในครัวเรือนและตามร้านอาหารหลากหลายระดับ ตัวบ๊วยดองไม่เคยมีความสำคัญขนาดถูกจับมาเป็นเมนูใดๆ ได้เลย มันอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เป็นได้แค่เครื่องเคียงที่คนญี่ปุ่นขาดไม่ได้ ไม่ได้สร้างรสชาติหลักใดๆ ให้กับมื้ออาหาร กระนั้น บ๊วยดองก็เป็นของมีประโยชน์ต่อสุขภาพค่ะ ถึงคนจะไม่เหลียวแลบ๊วยดอง แต่มันก็ยังทำหน้าที่ของมันบนโต๊ะอาหารแต่ละมื้ออย่างเต็มที่ ด้วยพลังเล็กๆ ของบ๊วยดอง เป็นเพลงเด็กที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจ และถ่อมเนื้อถ่อมตัวมากๆ ค่ะ
  8. 旅人 (Tabibito) แปลว่า คนเดินทาง ไม่ใช่เดินทางท่องเที่ยวนะคะ แต่หมายถึงคนที่เดินทางจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งค่ะ
    เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนกที่ย้ายถิ่นฐานชนิดหนึ่ง โดยปกติของสิ่งมีชีวิต เมื่อลมหนาวมาเยือน จะอพยพจากที่หนาวสู่ที่อบอุ่นใช่ไหมคะ แต่นกชนิดนี้ (หงส์ขาว) จะย้ายจากที่อุ่นไปสู่ที่หนาว ดังนั้นเมื่อฤดูใบไม้ผลิมา พวกมันก็จะย้ายไปสู่ที่หนาวกว่าค่ะ เปรียบเหมือนคนเราที่การจะดำเนินชีวิตอย่างสง่างามได้ ไม่ใช่การแสวงหาความสะดวกสบาย แต่เป็นการต่อสู้ฝ่าฟันความทุกข์ยาก ในเพลงจะมีการกล่าวทักทายผู้ที่ผ่านมาแล้วผ่านไปต่างๆ เช่น "สวัสดี" "ขอบคุณ" "ลาก่อน" ซึ่งถ้อยคำเหล่านั้นเหมือนเป็นการยื่นส่งอีกฝ่ายที่แฝงการให้กำลังใจไปถึงคนเดินทาง
  9. ピタゴラスイッチ オープニングテーマ ("PythagoraSwitch" Opening Theme) เป็นเพลงบรรเลงสั้นๆ 30 วินาทีค่ะ ยาวกกว่านี้ไม่ได้ เพราะเป้นเพลงเปิดรายการเด็กที่ชื่อ "PythagoraSwitch" ทางช่อง NHK
  10. マヨネーズ第二番 (Mayonnaise No.2) เป็นเพลงที่ใช้ขลุ่ยรีคอร์เดอร์ 4 ชิ้น ได้แก่ โซปราโนรีคอร์เดอร์ อัลโตรีคอร์เดอร์ เทเนอร์รีคอร์ดอร์ และตัวที่ใหญ่ยักษ์ที่สุด เกรทเบสรีคอร์เดอร์ค่ะ
  11. 月が見てたよ (Tsuki ga mitetayo) พระจันทร์มองอยู่นะ ชอบเนื้อเพลงตรงที่บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือสิ่งเล็กน้อยแค่ไหน พระจันทร์ก็มอง (เห็น) อยู่ (นึกถึงเพลง "ฟ้ายังมองเรา" ของนันทิดาเลยแฮะ... กรุณาอย่าเดาอายุค่ะ 555)
  12. らんちう (Ranchu) ปลาทองหัววุ้น เพลงนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นโซโลของคุณ Chiku ค่ะ
    ในบรรดาปลาทั้งหลาย ปลาทองถือเป็นราชาแห่งปลา แต่มันตลกตรงที่ปลาทองกลับว่ายน้ำได้ห่วยที่สุดในบรรดาปลา ทั้งที่เป็นราชา ในขณะเดียวกันปลาทองหัววุ้นก็เป็นราชาแห่งปลาทองอีกที เลยกลายเป้นเรื่องน่าเศร้าที่สุดของปลา
  13. 砂山 (Sunayama) เนินทราย เป็นเพลงที่มีฉากหลังอยู่ในจังหวัดนีงาตะซึ่งอยู่ติดทะเล เห็นชายหาดเป็นเนินทราย
  14. おさるのかごや (Osaru no Kagoya) เก๋งของลิง เพลงเด็กสมัยโบราณที่เล่าถึงลิงสองตัวเลียนแบบมนุษย์ด้วยการแบกเก๋งรับผู้โดยสารเดินไปตามป่าเขา
  15. ハートランド (Heartland) โฟล์คซองที่อบอุ่นหัวใจมากค่ะ 行きたいよ、行きたいよ、心休む場所に。行きたいよ、行きたいよ。きっとあるはずさ。อยากไปยังที่หัวใจจะหยุดพักได้ ต้องมีที่แห่งนั้นอยู่แน่ๆ ฟังแล้วมีความหวัง หายเหนื่อยค่ะ 
  16. うれしい知らせ (Happy News) 
  17. 埴生の宿 (Hanyu no Yado) Home, Sweet Home!

จบด้วยอังกอร์ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านของอังกฤษ 2 เพลงค่ะ ได้แก่ Long Odds และ Double Lead Through

 

จ๊อบไม่ได้จบแค่นี้ค่ะ เพราะวันต่อมาได้มีโอกาสไปที่ "โรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหิน" ค่ะ

ที่นั่นประทับใจมากกกกก

ไว้มาต่อในภายหลังนะคะ

Comment

Comment:

Tweet