สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก
 
ไม่ได้อัพเดทไปพักนึงเบย... มาอัพเดทวันสุดท้ายของทริปนี้กันเสียที แถมเว็บที่แชร์ไฟล์รูปก็ดันด๋อยเสียนี่ ต้องขออภัยใครที่เข้ามาภายในไม่กี่วันนี้แล้วเจอแต่ตัวหนังสือด้วยนะคะ เดี๊ยนได้ทำการเปลี่ยนที่ฝากรูปใหม่แล้ว กระนั้นก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนลิงค์ทั้งหมดได้ทันที เลยขอเวลาซ่อมเอ็นทรีเก่าๆ ซักระยะนึงค่ะ
 
สำหรับวันสุดท้ายนี้ เดี๊ยนและลูกพี่ลูกน้องเดินทางกลับจากนางาซากิในช่วงเช้าค่ะ
 
ออกกันตั้งแต่ไก่โห่ นั่งรถย้อนไปยังฮากาตะ จากนั้นเราก็ฝากของที่ coin locker ในสถานีฮากาตะ ก่อนเถลไถลเดินหาของกินในสถานีระหว่างรอรถไฟที่จะไปยังยุฟุอิน จังหวัดโออิตะ
 
เนื่องจากเราเล็งรถไฟด่วนที่ชื่อว่า "Yufuin no Mori" ซึ่งมีราว 3 รอบใน 1 วัน (เช่นเดียวกับ Aso Boy! ที่มีแค่ 2 รอบ) ก็เลยต้องกำหนดเวลาให้ดีก่อนเดินทางค่ะ
 
และช้าก่อน... ขณะที่เรากำลังเดินช็อปปิ้งกันอยู่นั้น เดี๊ยนก็พบอีกหนึ่งไอเท็มที่มิควรพลาดหากมาเยือนเกาะคิวชู
 
นั่นก็คือ... 辛子蓮根 - Karashirenkon หรือรากบัวมัสตาร์ดค่ะ!!!!
 
555 แค่ชื่อก็สยองแล้วชิมิ
อันที่จริงเป็นของดีประจำจังหวัดคุมาโมโตะนะคะ แต่ว่าเราพลาดลิ้มลองที่แหล่ง เลยต้องมาเก็บตกที่ฟุคุโอกะค่ะ เรียกได้ว่า ถ้าพลาดช็อปปิ้งจังหวัดไหน ก็ให้มาเก็บตกที่ฮากาตะได้เลยค่ะ
 
ไปดูโฉมหน้าของรากบัวมัสตาร์ดเลยดีกว่า
 
มันจะเป็นก้อนแบบนี้ก่อนค่ะ คือเขาจะยัดมัสตาร์ดลงในรูโหว่ๆ ของรากบัว แล้วก็ชุบแป้งทอดให้เหลืองๆ กรอบๆ แบบที่เห็นนี่แหละค่ะ
รากเล็กลงมาหน่อย ที่เห็นในถ้วยนั่นคือเขาหั่นเป็นชิ้นเล็กก่อนทอดนะคะ
หน้าร้าน... มีหมีคุมะมงที่ไหน ก็แสดงว่ามีของดีจังหวัดคุมาโมโตะที่นั่น
หน้าร้าน ธีมเหลืองๆ
 
จริงๆ มีสินค้าอีกอย่างที่ขายคู่กันค่ะ นั่นคือ... 明太子蓮根 - Mentaikorenkon หรือรากบัวเมนไตโกะ ได้ชิมมานิดนึง รสชาติมัน... เมนไตโกะมากๆ เป็นรสรากบัวมันๆ กรอบๆ กับเมนไตโกะเค็มๆ มันๆ ค่ะ ใครไม่ชอบของเลี่ยนๆ ไม่ควรกินทีเดียวหลายๆ อันค่ะ ขอเตือน แต่ถามว่าอร่อยมั้ย... อร่อยมากค่ะ เดี๊ยนชอบเมนไตโกะอยู่แล้ว เลยยิ่งชอบ เหมาะจะกินกับเบียร์จริงๆ (ได้ข่าวว่าแพ้เบียร์ -*-)
 
เอาล่ะ ได้เวลาชิม (เดี๊ยนขอให้คุณแม่ค้าตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่กล่องให้ค่ะ)
 
คำแรกของรากบัวมัสตาร์ด... มันจี๊ดมากค่ะ คือไม่ทันได้ระวัง โพรงจมูกนี่สั่นระริกเบย แต่มันจี๊ดได้สะใจมากอ่ะ แป้งที่หุ้มรอบๆ ก็กรอบนิดๆ อร่อย รากบัวรสมันๆ ส่วนมัสตาร์ด... คงไม่ต้องบรรยายต่อค่ะ เหมือนซัดวาซาบิเข้าไป 1 ช้อนชา แต่พอคำที่ 2-3 ต่อมาเริ่มชินค่ะ พอชินก็รู้สึกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้... เอ๊ะ หรือเดี๊ยนจะมาโซเกินไป 555 เอาเป็นว่า ถ้าไม่แพ้เบียร์นะ สงสัยได้ล่อซัก 2 กระป๋องแต่หัววันแน่ๆ เลย ติดใจสุดๆ
 
หลังจากนั้นเราก็ไปซื้อเอกิเบนเป็นเสบียงกินในรถค่ะ
 
อย่ากระนั้นเลย... ถึงเราจะกินในรถ แต่เราก็เอามาอวดก่อนจะนำมิตรรักแฟนบล็อกขึ้นรถได้ คริๆ
 
โฉมหน้าเอกิเบนของเดี๊ยนค่ะ (ขออวดถุงน่องลายแมวด้วย 555)
ชุดนี้เป็นชุดกุ้งและปูค่ะ
เปิดออกมาตาลุกวาว... มีแต่ของโปรด
 
พอได้เวลา พวกเดี๊ยนก็ไปรอที่ชานชาลาค่ะ รถมาแล้ววววว Yufuin no Mori !!!
 
เนื่องจากมีชื่อว่า "ป่าแห่งยุฟุอิน" ธีมของรถไฟขบวนนี้จึงเป็นสีเขียวผสมผสานกับลายของไม้ที่ให้บรรยากาศคลาสสิค ร่มรื่น วินเทจค่ะ
ป่าแห่งยุฟุอินจอดเทียบท่าแล้วค่า ยินดีต้อนรับทุกคน
ด้านข้าง กะโลโกเขาหน่อย
 
ใครที่คาดหวังแบบรถ Aso Boy! อาจต้องผิดหวังนะคะ เพราะไม่ได้หวือหวา ลูกเล่นแพรวพราวขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้นั่งอยู่นะ เพราะรถเขาก็มีกิมมิคมากมายงัดมาให้บันเทิงเริงใจ
ภายในรถค่ะ (จริงๆ มีที่นั่งผู้โดยสารตามปกตินะ แต่ขอออกมาแรดถ่ายรูปส่วนอื่นๆ ก่อน เดี๋ยวคนเยอะแล้วจะอด)
บริเวณนี้เหมือนเป็นห้องหย่อนใจค่ะ มีโต๊ะเล็กๆ ซึ่งวางแก้วเครื่องดื่มได้ และมีปุ่มยื่นออกมาไว้ประคองตัวเวลารถไฟแล่น กิ๊บเก๋มากๆ
เห็นกันชัดๆ อีกด้าน มีโต๊ะเขียนหนังสือด้วย และยังมีตู้หนังสือเล็กๆ ด้วยค่ะ
ทางออกสู่อีกตู้โดยสารหนึ่ง
 
ขอคั่นด้วยภาพระหว่างการเดินทางแล้วกันนะคะ อิอิ
 
รถแล่นผ่านสนามกีฬาด้วย
ทางรถไฟอีกทางหนึ่ง
ฝนตกแต่เช้าเลย กระจกมัวหมด ซิกๆ
 
นอกจากนี้ ของดีใน Yufuin no Mori ยังมีอีกค่ะ นั่นคือของกินพรีเมียมต่างๆ ที่สามารถสั่งซื้อได้ในรถ ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่อง ขนม เครื่องดื่ม เห็นเมนูแล้วน้ำลายหกมาก ไม่ได้น่ากินนะคะ แต่มันดูสวยงาม วินเทจ ประเทศญี่ปุ่นสุดๆ อ่ะ
 
ที่ขึ้นชื่อลือชาน่าจะเป็นพุดดิ้งค่ะ แต่น่าเสียดายที่วันนั้นไม่มีพุดดิ้งขาย เลยได้กินอย่างอื่นแทน นั่นก็คือ...
 
ไอศกรีมหัวมันค่ะ
รสชาติหัวมั๊นนนนหัวมัน ใครชอบกินมันเผาหวานๆ ของญี่ปุ่น อันนี้ต้องประทับใจแน่นอน หวาน มัน อร่อย
ไอศกรีมรสวนิลา
อันนี้ก็รสละมุน นุ่มลิ้น ออกแนวนมๆ อร่อยไม่แพ้กันค่ะ
 
ชมวิวกันต่อดีกว่า
เป็นทางรถไฟที่ผ่านธรรมชาติต่างๆ
เสียดายที่ฝนตกจริงๆ
ผ่านน้ำตกเล็กๆ ด้วยนะเออ
สองข้างทางเป็นทิวเขา แถมอากาศชื้นสูงจนหมอกลงอีก แม้ถ่ายรูปไม่ได้ดั่งใจแต่โรแมนติกมากมาย
วิวน่าเอาไปเขียนนิยายจริงๆ...
เริ่มแห้งหน่อยแระ
มีบางจุดดูเป็นทุ่งแปลกตา
โรงเกษตรที่ด้านหลังเป็นทิวเขา... ฉาบด้วยม่านหมอกอีกที
ถนนหนทาง...
และสุดท้าย... บนรถยังมีบริการถ่ายภาพที่ระลึกตามที่นั่งด้วยนะคะ (จริงๆ แล้ว Aso Boy! ก็มีค่ะ แต่พวกเราเดินถ่ายรูปกันเพลิน ไม่อยู่กับที่ เลยพลาด ซิกๆ)
 
เราใช้เวลากันเกือบ 3 ชั่วโมงในการเดินทางไปยุฟุอินค่ะ เมืองนี้เป็นเมืองอนเซ็น มีสถานที่ให้เดินเล่นรอบๆ 
 
แต่เนื่องจากเดี๊ยนต้องทยอยซ่อมรูป เพราะฉะนั้นจึงขอจบเอ็นทรียุฟุอินไว้เพียงแค่นี้ก่อน เอ็นทรีหน้าจะพาดูรอบๆ เมืองยุฟุอินนะคะ
 
เอริ่ม... เพิ่งสังเกต เอ็นทรีนี้หนักเรื่องกินนะเนี่ย 5555
 

Comment

Comment:

Tweet

@immortal-soul ขอบคุณค่า

#2 By + n e o r o s i f i x + on 2014-10-01 00:46

สวยค่ะ confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By BPPBPP8 on 2014-09-30 13:18