สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก
 
มาอัพเดทเรื่องราวของมิวนิคกันต่อเสียทีเนอะ
 
จริงๆ แล้วเดี๊ยนอยากอัพเดทการเดินเที่ยวในมิวนิคต่อ แต่อีกใจก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศพาไปที่ไกลออกไปบ้าง
 
และเนื่องจากเวลามีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด (ณ ปัจจุบัน ปั่นงานหัวหมุนติ้ว) เดี๊ยนเลยคิดว่าอัพเดทจุดที่เดี๊ยนยังเที่ยวไม่ละเอียดก่อนดีกว่าค่ะ (ข้อมูลน้อย ว่างั้นเถอะ 555 ใครได้ไปมิวนิคก็ไปเที่ยวแบบละเอียดแทนส่วนที่เดี๊ยนยังไม่ได้ไป แล้วอย่าลืมกรวดน้ำมาให้เดี๊ยนด้วยนะเคอะ... ง่ะ ไม่ใช่แระ)
 
นั่นคือการนั่งรถเที่ยว... รถที่ว่าคือรถโดยสารสาธารณะหรือขนส่งมวลชนในมิวนิค ซึ่งมีชื่อว่า MVG (Münchner Verkehrsgesellschaft) ซึ่งอยู่ภายใต้การคมนาคมมิวนิค หรือ MVV (Münchner Verkehrs- und Tarifverbund) ที่เดี๊ยนเคยแนะนำไปบ้างแล้วในเอ็นทรีเกี่ยวกับรถไฟเยอรมัน
 
MVG ประกอบด้วย รถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถราง (Tram), และรถบัส
ส่วน S-Bahn นั้นจะบริหารโดย Deutsche Bahn อีกที อันนี้ทราบไว้สักนิดก็ดีค่ะ เพราะตั๋วโปรโมชั่นบางอย่างของ DB จะใช้กับรถใน MVG ไม่ได้ เช่นเดียวกับท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีการขนส่งมวลชนท้องถิ่นเป็นของตัวเอง ส่วน DB เองก็มีรถบัสประจำทางในสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งให้บริการเหมือนกันค่ะ ถ้ามีตั๋วโปรโมชั่นล่ะก็ แค่โชว์ตั๋ว ขึ้นรถบัส DB ได้ฟรีเลย 
 
ข้อมูลเข้าไปหาได้ใน http://www.mvv-muenchen.de/ 
 
การซื้อตั๋ว MVG หากเป็นรถรางและรถบัส สามารถซื้อตั๋วได้บนรถโดยสารเลยค่ะ จะมีตู้ขายตั๋วแบบหยอดเหรียญบนรถ หลังจากนั้นก็จะนำตั๋วไปตี๊ดที่เครื่องตี๊ดเพื่อประทับป้ายหรือสถานีที่เริ่มใช้ตั๋วใบนั้นค่ะ
 
ส่วนรถไฟใต้ดิน ต้องซื้อตั๋วที่สถานีค่ะ จะมีเครื่องขายตั๋วอยู่ เครื่องตี๊ดจะเป็นกล่องตั้งบนเสา อยู่ตรงทางเข้าชานชาลาค่ะ ถ้าขึ้นรถทั้งไม่ตี๊ดแล้วมีเจ้าหน้าที่มาตรวจ ต่อให้ซื้อตั๋วก็โดนปรับตั้ง 40 ยูโรนะเออ
 
ส่วนตั๋วที่ซื้อจากสถานี S-Bahn หรือเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติของ DB จะมีสถานี และเวลาระบุอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องไปตี๊ดอีก (ถึงจะตี๊ดก็ยัดไม่เข้า ตั๋วคนละขนาดกัน 555)
รูปโฉมของตั๋วเที่ยวเดียวค่ะ ทางซ้ายซื้อจากตู้ของ MVG ทางขวาซื้อจากตู้ของ DB
 
ค่าโดยสารต่อครั้งโดยพื้นฐานภายในโซนเดียว 2.6 ยูโรค่ะ (เรื่องโซนเดี๋ยวจะอธิบายในย่อหน้าถัดๆ ไป) แต่มีตั๋วแบบแถวด้วยนะ (Stripe Ticket) อันนั้นราคาต่อเที่ยวจะลดลงมาเหลือ 2.5 ยูโร ซึ่งเดี๊ยนไม่เคยใช้อ่ะ สารภาพเลย ทั้งสองตั๋วระบบเดียวกันคือสามารถต่อรถไฟกี่ต่อก็ได้ภายใน 3 ชั่วโมงในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ไม่สามารถนั่งรถย้อนศรได้ เว้นแต่เลยสถานีค่ะ ขากลับก็ต้องซื้อตั๋วอีกใบนะคะ
 
และเนื่องจากตั๋วมีเวลาและจุดเริ่มต้นของการเดินทางระบุ *** ไม่แนะนำให้ซื้อตั๋วมาตุนไว้นะคะ ถึงแม้ราคาจะเท่ากันตลอดสายก็ตาม กรุณาซื้อเมื่อจะขึ้นรถเท่านั้น *** แต่ถ้ายังไม่หมดเวลาแล้วจะไปอีกที่ที่ไม่ได้ย้อนสถานีกลับมา ก็ใช้ตั๋วเดิมได้เลยค่ะ มันประหยัดตรงนี้แล เดี๊ยนเคยนั่งไปที่หนึ่งแล้วกลับมาที่เก่า และจะไปอีกที่หนึ่งโดยที่เวลาในบัตรยังไม่หมด ก็ยังใช้ได้ค่ะ ถามคนเยอรมันสัญชาติแห่งความเถรตรงที่เดินผ่านไปผ่านมา เขาบอกว่าขึ้นโลด จะไปซื้อใหม่ทำไม
 
อนึ่ง... เงื่อนไขที่กล่าวมานั้น เฉพาะของบัตรโดยสารแบบรอบต่อรอบเท่านั้นนะคะ ถ้าเป็นตั๋ววัน หรือตั๋วโปรโมชั่นอื่นๆ ก็สบายใจได้ค่ะ
 
มาดูเรื่องโซนกันบ้างดีกว่า...
 
เป็นเรื่องที่เดี๊ยนเคยงงมาก เพราะเวลาดูแผนที่รถไฟ มันมีทั้ง "โซน" (Zone) และ "ริง" (Ring)
 
 
โดยปกติแล้วเวลาซื้อตั๋วหรือดูแผนที่ ไม่ต้องไปสนใจริง เพราะในฐานะนักท่องเที่ยว เราจะอยู่กันแต่ในริงในสุด และโซนที่ 1 เท่านั้น โซนอื่นๆ จะออกไปชานเมืองค่ะ ไม่มีที่เที่ยวแล้ว สบายใจได้ ตอนเดี๊ยนมาใหม่ๆ ไม่รู้ แถมไม่ค่อยได้ใช้บริการรถไฟ panic ไปหมด โซนไหน ริงไหนฟระ แล้วต้องจ่ายค่ารถเท่าไหร่? วันไหนใครขึ้นๆ ลงๆ หลายสาย ไปหลายๆ มิวเซียม (มิวเซียมมันจะกระจายตัวนะเออ) ก็ซื้อตั๋ววันไปเลยนะคะ ส่วนใครที่เที่ยวแนวชมเมืองชมนกชมไม้ เดี๊ยนแนะนำให้เดิน ส่วนปราสาท Schloss Nymphenburg ถึงจะหลุดขอบไปโซนอื่น แต่ก็ได้รับการยกเว้นให้เป็นโซน 1 อยู่ค่ะ ใครจะไปที่นี่เดี๊ยนไม่แนะนำให้ซื้อตั๋ววัน เพราะมันจะแพงเกิน (ตั้ง 6 ยูโรแน่ะ) นั่งรถรางรอบละ 2.6 ยูโรดีกว่า เพราะใช้เวลาทั้งวันแน่ๆ ที่นั่น อลังการงานสร้างซะ
 
.
 
เอาล่ะค่ะ ไหนๆ วันนี้ก็เล่าถึง MVG กันแล้ว เดี๊ยนพาไปเที่ยวที่ซึ่งเดี๊ยนต้องใช้รถไฟใต้ดินไปถึงดีกว่า เป็นทริปเล็กๆ ที่เดี๊ยนไปแบบพอเป็นพิธีค่ะ คือไม่ใช่แนวตัวเองเท่าไหร่ แต่จริงๆ ก็ถูกใจนะ เปิดหูเปิดตา
 
ในวันที่อากาศดีเป็นหนักหนา แต่ทว่าไม่มีแผนเที่ยวเลย ด้วยติดเรียนตอนเช้าค่ะ พอตกบ่ายเดี๊ยนเลยไปตะลอนสูดอากาศกับเพื่อน
 
เริ่มจากที่แรก... Olympiapark ค่ะ
 
เรานั่งรถไฟใต้ดิน สาย U3 ไปลงสถานี Olympiazentrum
พอโผล่ออกมาจากสถานี ก็จะเห็นตึก BMW Welt อยู่ตรงหน้าเลยล่ะ แต่เราเก็บไว้ก่อนค่ะ 
 
ตรงบริเวณนั้นจะมีลานหน้าตึก BMW Welt ซึ่งเป็นที่จอด Park Railway ลักษณะเป็นรถชมวิวที่ต่อกันยาวๆ เหมือนรถไฟค่ะ ด้วยความขี้เกียจเดิน เพราะที่นั่นมันกว้างมาก เดี๊ยนกับเพื่อนเลยขึ้นรถกันเสียเลย
 
*** หน้าหนาวจะไม่มีรถนำเที่ยวนะคะ เช็คเวลาให้ดีค่า
 
ค่าโดยสารคนละ 3 ยูโรเท่านั้นค่ะ ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงในการทัวร์ มีหยุดจอดให้ถ่ายรูป พักผ่อนราว 10 นาทีตรงทะเลสาบ เป็นทริปที่เหมาะกับคนเพิ่งมาถึงเมื่อบ่ายแก่ๆ อย่างพวกเดี๊ยนจริงๆ
ออนทัวร์ด้วยขบวนรถ สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือขี้เกียจเดิน
 
แม้จะไม่ได้เดินเข้าไปดูในแต่ละอาคาร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกขาดทุนเท่าไหร่ เพราะมันเด่นที่การก่อสร้างด้านนอกค่ะ
 
ที่นี่เคยเป็นสถนที่จัดกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1972 (นานมาก ก่อนเดี๊ยนเกิดอีก แต่ตัวตึกก็ดีไซน์ออกมาล้ำสมัยได้อีก จนป่านนี้ยังดูล้ำอยู่เลย ชาบูๆ) ภายในแต่ละตึกมีการใช้งานตามปกติค่ะ มองลอดประตูเข้าไปก็ยังเห็นคนเดินทางมาออกกำลังกาย ฝึกซ้อมกันอยู่เลย สถานที่สะอาดสะอ้าน สวยงามมากๆ
 
นอกจากนี้ภายนอกก็เป็นทางเดิน เนิน ทะเลสาบ เหมาะแก่การเดินเล่น วิ่งจ๊อกกิ้ง ถ้ามีเวลาเยอะๆ จะมานั่งชิลก็ยังได้ (แต่ต่างชาติอย่างเราต้องเน้นเที่ยว เลยไม่ได้ทำแบบนั้น แหะๆๆ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจาก Park Railway พาเรากลับมาส่งที่เดิม เดี๊ยนกับเพื่อนก็เข้าไปยลใน BMW Welt เสียหน่อย (จุดนี้ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ แต่ BMW Museum ต้องเสีย // เดี๊ยนไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์น่ะ แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน เห็นเพื่อนโฆษณามาว่า เหมือน Transformer World เลย)
 
ขากลับมายัง BMW Welt ค่ะ ตึกสูงๆ นั่นเหมือนจะเป็นสำนักงานของ BMW ส่วนที่เห็นเป็นเหมือนถ้วยคงเป็นพิพิธภันฑ์ BMW
ด้านนอกของ BMW Welt เห็นประภาคารจาก Olympiazentrum อย่างชัดเจน
โถงภายใน BMW Welt ค่ะ เห็นลานโค้งๆ เนี่ยคือถนนจำลองสำหรับทดลองขับรถค่ะ วิวสวยมากเลย
 
มุมนี้เป็นการแปลงพลังงานจากการเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งให้เป็นการเคลื่อนไหวอีกอย่างหนึ่งค่ะ เพียงแค่เดินไปยืนตรงนั้น จะเดินเบาๆ วิ่งเหยาะๆ กระทืบแรงๆ ก็เกิดพลังงานทำให้ตรงดิสเพลย์มีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น
มีของเล่นด้วย สนุกมาก (เดี๊ยนไปแย่งเด็กเล่นมา) มันจะมีลูกบอลวิ่งอยู่ข้างใน พอมาถึงตรงที่เป็นรูปมือ เราก็เอามือไปแตะ ส่วนเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น... จำไม่ได้แล้ว (อ้าว) เหมือนลูกบอลจะกระเด้งเปลี่ยนทิศอะไรประมาณนี้แหละค่ะ ฝ่ามืออรหันต์ 555
สามล้อไฮโซ... ดูแล้วไม่น่าจะถีบไหวนะ Foot in mouth
หนูจะเอาคันนี้กลับบ้าน หนูจะเอาๆๆๆๆ เป็นรถรุ่นอนาคตค่ะ ยังไม่มีผลิต เอามาโชว์สเป๊กและนวัตกรรม
(แต่คันอื่นที่โชว์อยู่และมีราคาจำหน่ายโดยประเมินเห็นแล้วก็น้ำลายหกนะ รถหรูมากแต่ซื้อได้ในหลักแสน โอ้แม่เจ้า!!! เข้ามาเมืองไทยปุ๊บ หลักสิบล้านเบย... มิน่าเล่า คนที่นี่ใช้แต่รถหรูกันทั้งนั้น รถมันถูกฉะนี้แล แต่ต้องประหยัดน้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบายของรัฐบาลนะคะ เดี๊ยนรักเยอรมนีก็ตรงนี้แหละ)
 
บอกเลยว่า BMW Welt ไม่ค่อยมีอะไรหรอกค่ะ ถ้าอยากทัวร์ BMW แบบอิ่มๆ แล้วต้องเลือก ไป BMW Museum เถอะ จริงๆ นะ
 
เพิ่มเติมซักนิดนะคะ ทางภาคใต้ของเยอรมนีเป็นแหล่งอุตสาหกรรมรถยนต์และอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่สร้างรายได้แบบจัดหนักค่ะ เช่น มิวนิคก็ BMW ส่วนชตุตการ์ดก็ Mercides Benz เป็นต้น เป็นผลให้เกิดภาพลักษณ์ของคนในแถบภาคใต้ว่าเป็น "คนรวย" ด้วยนะคะ โดยเฉพาะมิวนิค ถ้าคุยกับคนเยอรมัน เขาจะบอกว่าคนมิวนิคค่อนข้างจะ snobbish และ conservative (อันนี้เดี๊ยนคอนเฟิร์ม ขนาดใส่ขาสั้นทับเลกกิ้งเดินตามถนนยังถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ อย่างรุนแรงและชัดเจนมาก แต่งตัวแนวชิบุยาฮาราจุกุไม่ได้เลย แต่งตัวไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ฮ่วย!) และแหล่งประวัติศาตร์อันเรืองรองของเยอรมนีก็อยู่แถวนี้ ศิลปวัฒธรรมก็มาสุมๆ ตรงนี้ เพราะเป็นถิ่นของพระเจ้าลุดวิกผู้โปรดปรานงานศิลปะสไตล์แวร์ซาย (ฮีเล่นก็อปปี้มาทั้งดุ้น แต่ก็มีหลายอย่างที่เพิ่มมาจากแวร์ซายนะคะ) ถ้าไปเที่ยวชมตามปราสาทหรือพิพิธภัณฑ์ ต่อให้โง่ๆ ประวัติศาสตร์ยุโรปอย่างเดี๊ยนก็ยังต้องจำชื่อกษัตริย์ลุดวิก หรือกษัตริย์แม็กซิมิเลียนได้ ปรากฏทุกที่เลย ขอบอก (แต่ถ้ารู้ประวัติศาสตร์แล้วไปเที่ยวนี่คงมันส์กว่านี้มากมายค่ะ เดี๊ยนขอแนะนำ กระนั้น เดี๊ยนก็ความรู้หาอึ่งอยู่ดี ไม่มีเวลาศึกษา สักแต่ว่าทำงานปั่นเงินไปเที่ยว 555) อืม... บรรยากาศมันก็เอื้อให้คนอนุรักษ์จักรๆ วงศ์ๆ เสียด้วยสิ ดังนั้น นอกจากรถแล้ว การท่องเที่ยวก็ยังดึงเงินจากทั้งในและต่างประเทศให้สะพัดอยู่ภูมิภาคนี้ด้วย 
 
อย่างไรก็ตาม คนบาเยิร์นที่เดี๊ยนรู้จักแต่ละคนไม่ได้ snobbish หรือ conservative เท่าใดนัก ออกจะเป็นมิตรมากๆ ด้วย เพียงแต่ตอนมาจากฝรั่งเศสและตอนไปเบอร์ลินมันก็มีบรรยากาศของผู้คนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวให้สามารถเปรียบเทียบได้ คือเป็นภูมิภาคที่มีความขรึม ความคูลอยู่ในตัวเองน่ะค่ะ
 
จบเอ็นทรีแต่เพียงเท่านี้ดีกว่า เนื้อหาน้อยไปหน่อย อัพแบบชิลๆ ละกันเนอะ อิอิ
 
เอ็นทรีหน้ากลับมาเดินเล่นกันต่อ เอ็นทรีต่อๆ ไปจะได้ไปเที่ยวไกลๆ กันบ้าง
 
บ๊ายบายค่ะ 
 

Comment

Comment:

Tweet