เอ็นทรีนี้เป็นเอ็นทรีรวมมิตร เผากันแบบเปรียบเทียบ ฉะ ปะ ดะ ระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีเลยค่ะ
 
คำเตือน: อ่านแหลก ไม่มีรูปประกอบ
 
อันที่จริงเดี๊ยนไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบสองประเทศนี้ในเชิงแบ่งแยกชนชาติเลยนะคะ ออกตัวไว้ก่อน... เพราะทั้งสองประเทศต่างมีพื้นเพประวิติศาสตร์ที่แตกต่างกัน แต่ที่อยากเขียนเอ็นทรีนี้ ขอใช้คำว่า "ระบายความอัดอั้น" หรือ "ระบายความรู้สึก" จากการที่ได้ไปเห็นโลกใหม่ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกันดีกว่าค่ะ 
 
ไม่มีใครดีกว่าใคร เพราะเราเองก็คงไม่อยากให้ใครเปรียบเทียบประเทศเราว่าด้อยหรือดีกว่าใครเขาใช่ไหมคะ 
 
แต่ที่มีแน่ๆ คือ... "ความฉงนสนเท่ห์" จากความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากกว่า
 
เรื่องแรกที่อยากเผา!!!
 
.
 
รถไฟฟ้ามาหานะเธอ!!!
 
Com'on, let's ge'on...
 
รอยต่อระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีในการเดินทางของเดี๊ยนครั้งนี้ อยู่บนรถไฟค่ะ
 
ก่อนอื่นขอเล่าการจองตั๋วระหว่างประเทศนี่เสียหน่อยนะคะ
เดิมทีเดี๊ยนเช็คราคาและรอบรถไฟจากทางเว็บไซต์ของ TGV ค่ะ แต่เนื่องจากตอนนั้นเดี๊ยนยังไม่ได้ทำบัตรเครดิต บวกกับการจองตั๋วทางอินเตอร์เน็ตมีความซับซ้อน (จำไม่ได้แล้วว่าเพราะอะไร แต่ถ้าจำไม่ผิด เหมือนมีปัญหาเรื่องเลขบัตรเครดิต) เดี๊ยนเลยติดต่อทางตัวแทนจำหน่ายที่รู้จักในงาน TITF (ซึ่งเดี๊ยนไปทำงานที่นั่น และดุ่มๆ ไปที่บู๊ธทั้งชุดนินจาเลยล่ะ เหอๆๆๆ)
 
รายละเอียดตัวแทนจำหน่ายติดต่อได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/Railgermany
 
เนื่องจากเดี๊ยนต้องแข่งกับเวลาค่ะ เพราะตั๋วราคาโปรโมชั่นมันใกล้หมดเต็มที เลยไปซื้อที่ตัวแทนจำหน่ายนี่แหละ ค่าออกตั๋วเพิ่มมาแค่ 200 บาท บริษัทอยู่แค่สถานีนานาเอง เทียบกับราคาเต็มแล้ว ถือว่าคุ้มมาก และได้ตั๋วมาไว้ในมือ อุ่นกายสบายใจ 
 
คุณพนักงานก็น่ารักมากค่ะ อัธยาศัยดี นำเสนอข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย เป็นพระคุณอย่างสูงจริงๆ เพราะก่อนไปเดี๊ยนปั่นงานจนไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย หวังไปตายดาบหน้า (แต่ถ้าไปตายดาบหน้าจริงก็คงไม่ได้เที่ยวเยอะขนาดนี้หรอกค่ะ ต้องนั่งเบื่ออยู่แต่ที่บ้าน หรือเดินวนอยู่ที่เดิมๆ แน่ๆ)
 
ขอบคุณ RailGermany.net ค่ะ
 
เดี๊ยนนั่งรถไฟจากแรงส์มายัง Gare l'Est ที่ปารีสเพื่อต่อรถ TGV ไปยังมันไฮม์ (Mannheim) แล้วนั่ง DB (Deutsche Bahn) ไปจนสุดสายที่มิวนิค บ้านชั่วคราวในเวลา 1 เดือนของเดี๊ยน
 
เล่าเรื่องดีๆ จากแรงส์ก่อนดีกว่า เดี๊ยนจองตั๋วและที่นั่งมาล่วงหน้าค่ะ จึงแน่ใจว่ามีที่ของตัวเองอย่างแน่นอน ก่อนรถไฟออก เพื่อนกับคุณแม่ก็มาส่งที่ชานชาลา เดี๊ยนเอากระเป๋าขึ้นไปวาง แล้วเดินลงมากล่าวอำลากับเพื่อน กระทั่งรถออก ก็โบกมือบ๊ายบายเพื่อนและคุณแม่ตรงประตูจนลับตา และเมื่อกลับมานั่งที่ตัวเองก็พบว่า...
 
มีสาวฝรั่งเศสนางหนึ่งนั่งตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว
 
เดี๊ยนแกล้งทำเป็นตรวจตั๋วกับเลขที่นั่ง นางก็นิ่งเฉยนะคะ ตรงนั้นเป็นที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหากัน 4 ที่โดยมีโต๊ะตรงกลางค่ะ มีผู้โดยสารอีก 3 คนเป็นผู้ชายวัยทำงาน 2 คน และคุณป้าอีกหนึ่งคน เมื่อเดี๊ยนเห็นว่าสาวเจ้าไม่มีทีท่าจะกระดิกตัวหรือเช็คเลขที่นั่งของตัวเองเลยซักนิด เดียนก็เดินคอตกไปยืนพิงตรงจุดางกระเป๋าเดินทางแก้เมื่อย แต่คุณป้าคงรู้สถานการณ์ จึงช่วยพูดกับสาวฝรั่งเศสคนนั้นให้ บอกว่าเจ้าของที่เขามาแล้ว
 
สาวคนนั้นเลยต้องมายืนพิงตรงที่เดี๊ยนยืน สลับกัน พอเดี๊ยนได้ที่นั่ง ก็ขอบคุณคุณป้า รู้สึกเกรงใจสาวคนนั้นยังไงไม่รู้ เหมือนทำให้เธออับอายอ่ะ ตอนที่พลาดที่นั่งเดี๊ยนคิดแค่ ยืนไปจนถึงปารีส 45 นาที คงไม่เป็นไรมั้ง แต่คุณป้ามองเดี๊ยนเชิงตำหนิเล็กน้อย แล้วบอกว่า "เธอจองที่นั่งมา เธอก็มีสิทธินั่ง จงทำให้ถูกต้อง อย่าให้ใครมาแย่งสิทธิของเธอ"
 
เดี๊ยนอึ้ง... อึ้งจริงๆ นะ คือไทยสไตล์ห้ามเอามาใช้กับที่ยุโรปเด็ดขาด นอกจากจะโดนเอาเปรียบหน้าตาเฉยแล้ว ยังบ่มเพาะนิสัยไม่ดีให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว เป็นการทำบาปทั้งต่อตัวเขาและต่อสังคมทางอ้อมอีกด้วย
 
ที่อึ้งกว่านั้นคือ เดี๊ยนเคยได้รับข้อมูลเมื่อนานมาแล้วว่า ชาวยุโรปเคยมีคิดเล็กคิดน้อยเรื่องการเก็บค่าโดยสารรถไฟ ด้วยคิดว่าตนจ่ายภาษี (ที่สูงจนแสนโหด) ไปแล้ว ทำไมต้องจ่ายค่ารถไฟอีก ความคิดนี้ค่อนข้างรุนแรงจนถึงขั้นกีดกันชาวต่างชาติที่ใช้บริการรถไฟ แ