noch 1000 Meere weit (3)

posted on 05 Jul 2011 00:37 by neorosifix in neorosifics, neorosifix directory Entertainment, Travel, Diary
และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายที่ได้พบน้องบิล T___T
 
เดี๊ยนตื่นสายไปหน่อยค่ะ แต่ก็เดาและตรวจสอบข้อมูลไว้แล้วว่าถ้าน้องบิลกลับวันนี้ ก็น่าจะเป็นสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์เที่ยวบินตอน 19:30 นั่นแสดงว่าน้องบิลน่าจะถึงสนามบินราว 5 โมงเย็นได้
 
แต่เพื่อความไม่ประมาท ไปดักรอที่สนามบินแต่เนิ่นๆ ดีกว่า
 
ว่าแล้วก็ออกจากโรงแรมราวบ่ายสองโมงค่ะ ถึงสนามบินก่อนน้องบิลมานานพอสมควร
 
เดี๊ยนมองหากลุ่มแฟนคลับ เพราะเดาว่าถ้ามาส่งก็น่าจะเห็นเป็นกลุ่มก้อน แต่ถ้าไม่เห็นก็เป็นไปได้ว่าเดี๊ยนอาจพลาดแล้ว และน้องบิลอาจกลับเที่ยวบินอื่นไปแล้ว
 
ที่แน่ใจวากลับวันนี้เพราะตอนเช้ากุสตาฟกับเกอ๊อกกลับเยอรมนีไปเรียบร้อยแล้วค่ะ เลยคิดว่าแฝดคงไม่อยู่เที่ยวเตร่อีกหนึ่งวันหรอก (ทั้งที่ใจจริงก็อยากให้เที่ยวนะ)
 
และแล้วเดี๊ยนก็เจอแฟนคลับกลุ่มที่เดี๊ยนเจอวัน AUDI
 
แฟนคลับกลุ่มนี้ดูสนุกสนานฮาเฮมากค่ะ บวกกับสมาชิกบางคนทำให้เดี๊ยนนึกถึงแฟนคลับกอล์ฟ-ไมค์ขึ้นมา... อืม... สังคมแฟนคลับปกติก็คงอารมณ์ประมาณนี้สินะ ไม่ว่าจะไทยหรือญี่ปุ่น
 
แต่ขอนอกเรื่องนิดนึง คือ คนที่เดี๊ยนติดต่อด้วยติดงานเลยมาส่งน้องบิลไม่ได้ คนอื่นๆ ก็น่ารักมากทุกคนเลยค่ะ แต่บรรยากาศมันแปลกๆ ล่ะ เป็นบรรยากาศที่เดี๊ยนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดีนะถ้าพูดให้ถูกก็คือเดี๊ยนต่างหากที่ไม่ดี
 
ขอย้อนไปวัน AUDI หน่อยค่ะ คือเดี๊ยนก็ไปกับเพื่อนญี่ปุ่นเดี๊ยนนั่นแหละค่ะ แล้วด้วยความหวังดี เพื่อนญี่ปุ่นของเดี๊ยนก็บอกว่าให้หาคอนเน็กชั่นเป็นแฟนคลับญี่ปุ่นไว้เยอะๆ แต่ด้วยอารมณ์ตอนนั้นเดี๊ยนรู้สึกว่ายังไม่ใช่ เดี๊ยนยังไม่ได้อยากจะเข้าไปรู้จักใคร อยากขอดูหลายอย่างอยู่ห่างๆ ก่อน การที่จู่ๆ เราก็เข้าไปตีสนิทกับแฟนคลับกลุ่มใหญ่เลยเป็นอะไรที่... เดี๊ยนรู้สึกแย่อ่ะ แต่จนแล้วจนรอดเพื่อนญี่ปุ่นเดี๊ยนก็เป็นฝ่ายเข้าไปหา (กลุ่มนี้) และจัดการฝากฝังเดี๊ยนไว้กับพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยโดยที่เดี๊ยนไม่ทันได้ตั้งตัว
 
พูดได้คำเดียวว่า... ไม่เป็นธรรมชาติอย่างแรง
 
ทำแบบนี้เหมือนจงใจเข้าหาเพื่อเอาผลประโยชน์ทางด้านข้อมูลเลยอ่ะ
 
และเดี๊ยนก็แน่ใจว่าไม่ใช่เดี๊ยนฝ่ายเดียวที่รู้สึกแบบนั้น
 
แฟนคลับญี่ปุ่นก็เช่นกัน ถึงจะยิ้มแย้มต้อนรับ แต่ก็มีความรู้สึกแปลกแยกบางอย่างที่อย่าว่าแต่เดี๊ยนเป็นคนไทยเลย ต่อให้เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกันก็คงรู้สึกได้ และความรู้สึกแบบนี้มันก็เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสังคมแฟนคลับกอล์ฟ-ไมค์ ดังนั้นเดี๊ยนไม่ได้คิดมากไปเองอย่างแน่นอน เพราะเหล่านี้เคยผ่านมาก่อนแล้ว
 
ยิ่งระหว่างนี้เพื่อนญี่ปุ่นเดี๊ยนพยายามติดต่อกับแฟนคลับอีกคนที่ไม่ได้มา (แต่อยู่ก๊วนเดียวกัน) เพื่อจะถามความเคลื่อนไหวของศิลปินให้เดี๊ยน... มันยิ่งอึดอัดอ่ะ สองสามวันนี้รู้สึกเลยว่าตัวตนของเรามันรบกวนคนอื่นๆ ไปทั่ว ไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไงด้วย ซึ่งมาถึงวันสุดท้ายนี้มีเดี๊ยนฉายเดี่ยวโดยที่เพื่อนญี่ปุ่นเดี๊ยนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว มันยิ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
 
แต่ขอบอกด้วยใจจริงเลยค่ะว่า แฟนคลับญี่ปุ่นไนซ์กับเดี๊ยนมาก แต่เดี๊ยนนั่นแหละวิตกจริตไปเอง
 
ยืนอึดอัดเคว้งคว้างไม่มีอะไรทำในกลุ่มของเขาสักพัก โชคดีที่มีคนหยิบของขวัญและจดหมายขึ้นมาเขียน เดี๊ยนเลยนึกได้ว่ายังไม่มีอะไรให้บิลกับทอม จึงขอตัวออกไปแอบซื้อกระดาษเขียนจดหมายซะเลย
 
พอดีที่ร้านหนังสือมีการ์ดความหมายดีๆ ขายอยู่ และก็เหลือเป็นแผ่นสุดท้ายด้วย เดี๊ยนเลยไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาอันนั้นแหละ มันเป็นการ์ดที่ด้านหน้าเขียนคำว่า 夢 แปลว่า ความฝันค่ะ
 
เขียนการ์ดเสร็จก็กลับมาที่ล็อบบี้ ปรากฏว่าทุกคนหายไปกันหมดแล้ว เดี๊ยนรู้สึกสังหรณ์ใจจึงรีบไปยังเคาน์เตอร์เช็คอิน เห็นแฟนคลับยืนเรียงแถวกันอยู่ แฟนคลับคนที่เดี๊ยนคุยด้วยบ่อยสุดก็บอกว่าเนี่ยยืนเรียงกันนะ แต่เดี๊ยนไม่กล้าเข้าไปแทรก เลยออกมาอยู่ท้ายแถว
 
ตรงนั้นเลยได้คุยกับแฟนคลับอีกคนหนึ่ง เป็นเหมือน small talk ทั่วไป แต่บอกตรงๆ เลยว่าแบบนี้แหละที่เดี๊ยนไม่อึดอัดใจ อาจเป็นเพราะวันสุดท้ายแล้ว ไม่มีข้อมูลอะไรต้องไต่ถามกันอีก เลยคุยแบบฟรีสไตล์ รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ
 
ซักพักทีมงานก็มาเอาการ์ดของเดี๊ยนไป เพราะไม่อนุญาตให้มองของกับมือล่ะ แต่ก็พอเข้าใจนะคะ ว่าศิลปินต้องรีบไปให้ทันเวลาเครื่องบินออก เลยอาจไม่ได้ปฏิสัมพันธ์เท่าไหร่นัก และนี่รึเปล่าที่เป็นสาเหตุให้คนมาส่งกันน้อยมาก ราว 20-30 คนได้ 
 
ไม่รู้ว่าน้องบิลจะได้อ่านการ์ดแบบทันด่วนของเดี๊ยนรึเปล่า... ขอโทษนะจ๊ะ คราวหน้าเจ๊จะเตรียมการให้ดีกว่านี้ ครั้งนี้อะไรก็กะทันหันไปหมด ตั้งแต่ตัดสินใจมานั่นแหละ เหอๆๆๆ
 
เดี๊ยนคุยกับแฟนคลับญี่ปุ่นอยู่พักหนึ่ง บิลกับทอมก็มาถึงค่ะ
 
โอยยย ไม่ทันตั้งตัว กำลังคุยเพลิน กล้องก็ยังไม่ได้เตรียม ใจก็ไม่ได้เตรียม สติก็ไม่ค่อยมี
 
สุดท้ายคลิปเลยออกมาเป็นแบบนี้...
 
 
โมโหตัวเองอ่ะ อยู่ปลายแถวคนแรกเลย เรียกได้ว่าน้องบิลเข้ามาสายตาเจอเดี๊ยนก่อน แต่เดี๊ยนก็พลาดไปแล้ว ไม่ได้โบกมือให้ ไม่ได้พูดบ๊ายบาย ฮืออออ... เสียใจ เสียใจ
 
น้องบิลเข้ามาปุ๊บก็โบกมือให้แฟนคลับ และส่งยิ้ม น่ารักมากกก มีทอมมี่เดินตามมาติดๆ แต่ก็ไม่ติดเท่าไหร่นะ เดินห่างกันระยะนึงก่อน ซึ่งเดี๊ยนแอบรู้สึกได้เลยว่า สองคนนี้มี connection ที่แน่นหนาสมเป็นฝาแฝดจริงๆ ล่ะ ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนเดินข้างกันตลอดเวลาก็ไม่รู้แฮะ >/////<
 
เมื่อเข้าสู่จุดเช็คอิน กลุ่มแฟนคลับก็วิ่งตามไปส่งค่ะ
 
แต่บางส่วนไม่ได้วิ่งตามไป เดี๊ยนได้ยินใครบางคนบอกว่าห้ามเข้าไป เลยไม่ได้ตามไปกับเขาด้วย
 
คือ... มันไม่ใช่ที่ของเรา ไม่ใช่ประเทศเรา  และทีมงานก็แน่นหนา (ทั้งที่คนมาส่งก็มีอยู่แค่นั้น) แถมทีมงานยังเน้นย้ำก่อนบิลกับทอมมาอีกว่า "ช่วยอยู่อย่างสงบนะ ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะ อย่าให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น" ทำให้เดี๊ยนรู้สึกว่าใครอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่เดี๊ยนคงไม่กล้าทำให้เจ้าของประเทศเขาเสียชื่อหรอก เราเป็นคนอื่นมาพึ่งประเทศเขาเพื่อจะได้เจอน้องบิลนี่นา ถ้าไม่มีที่นี่ ก็อย่าหวังเลยว่าน้องบิลจะมาให้เห็นตัวเป็นๆ ที่เมืองไทย ยังไงก็คงต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเกรงใจเจ้าบ้านค่ะ
 
แต่หลังจากเดินกลับไปซักพัก น้องบิลซึ่งเข้าไปข้างในแล้วก็มาโผล่ตรงทางที่จะลงไปยัง Immigration ตรงนั้นเป็นกำแพงกระจกค่ะ จึงทำให้เห็นทั้งบิลและทอมอย่างชัดเจนเลยล่ะ
 
แต่เดี๊ยนวิ่งมาถึงตรงนั้นช้าไปหน่อย บิลกับทอมลงบันไดเลื่อนจะพ้นสายตาอยู่แล้ว แต่บิลก็น่ารักมากอ่ะ โบกมือลาแฟนคลับตั้งแต่ก้าวลงบันไดเลื่อนจนหายลับไปเลยล่ะ
 
จากนั้นเดี๊ยนก็กลับโรงแรมอย่างโดดเดี่ยวล่ะ
 
เฮ้อออ... จบภารกิจตามหาหัวใจแล้วสิเนี่ย แต่ยังเหลือเวลาอยู่ในโตเกียวอีกตั้งสามวัน
 
เหงาจับจิตเลยล่ะ 
 
คืนนั้นนอนร้องไห้เลยล่ะค่ะ ทั้งใจหายที่จะไม่ได้เจอบิลแล้ว ทำไมมันสั้นจัง แถมยังมีหลายอย่างมาทำให้เดี๊ยนเสียสมาธิเวลาเจอน้องบิลอีก
 
คิดถึงบิลลลล... ฮืออออ... กลับมาก่อน อย่าเพิ่งไป แง้...
 
ขนาดกลับมาเมืองไทย ตอนอัพบล็อกก็ยังคิดถึงบิลอยู่เลย อยากเจออีกจัง
 
มันเคว้งๆ ยังไงชอบกล จะว่าไป... เดี๊ยนก็แก้บนเจ้าแม่บิลล่าครบหมดทุกอย่างแล้วนี่นะ มิน่าล่ะ มันถึงได้เคว้งคว้างขนาดนี้
 
หรือจะเป็นหนี้เจ้าแม่บิลล่าใหม่ดี? คราวนี้ขออะไรดีล่ะ?
 
เจ้าแม่บิลล่าขา หนูขอแต่งงานกับน้องบิลได้มั้ยคะ ถ้าสำเร็จเจ้าแม่อยากได้อะไรจะทุ่มเทให้หมดเลย โฮะๆๆๆ
 
ขอจบบันทึกบุกน้ำลุยไฟตามหาหัวใจสุดขอบฟ้าไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันค่ะ
 
งานนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ต้นจนจบนะคะ ไม่ว่าจะเรื่องตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ขอวีซ่า เรื่องบัตร จนถึงเรื่องที่เอ็นจอยด้วยกันที่โตเกียวด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
 
หวังว่าจะได้เจอน้องบิลอีกครั้งเร็วๆ นี้นะจ๊ะ... ที่รัก <3
 

Comment

Comment:

Tweet

เป็รการเดินทางที่ทรมานแต่สนุกสนานเพราะมีน้องบิลอยู่ในความทรงจำใช่มั๊ยคะ^^ ขอบคุณที่เอาช่วงเวลาดีๆมาแบ่งปันนะคะ อยากเจอน้องบิลในไทยบ้าง >_<

ก็หวังว่า น้องเขาคงจะได้บ้างเนาะว่ามีคนไทยที่ยังรักน้องอยู่บ้าง ^^

#3 By ~~~DEW~~~ on 2012-02-29 11:34

นั่นสิ บอกไปว่าที่เมืองไทยมีแฟนๆ รักและคอยซัพพอร์ตอยู่ด้วยนะ อิอิ big smile big smile big smile

#2 By + n e o r o s i f i x + on 2011-07-09 20:40

ขอบคุณที่เขียนเล่าให้ฟังค่ะ ถ้าบิลได้อ่านจดหมายจริงๆก็ดีสิน้า

#1 By Meyaroo (58.8.167.114) on 2011-07-06 19:41