คราวนี้เดี๊ยนไปต่างจังหวัดแค่สองที่ค่ะ ได้แก่ เอฮิเมะ และยามากาตะ

เดิมทีมีแผนว่าจะเที่ยวในยามากาตะสองที่ คือ ซาโอ และกินซัน แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้ต้องตัดซาโอออก เหลือกินซันเพียงที่เดียวค่ะ แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะตั้งใจจะไปดู 樹氷(จุเฮียว = ต้นไม้น้ำแข็ง) หรือปิศาจหิมะที่ซาโอเสียหน่อย

จุเฮียวที่ว่า คือป่าสนค่ะ พอหน้าหนาวจะมีหิมะปกคลุมและเกิดรูปร่างแปลกประหลาดขึ้นดูคล้ายฝูงสัตว์ประหลาดสีขาว ในญี่ปุ่นใช่ว่าจะหาชมแบบนี้ได้ง่ายๆ เป็นเอกลักษณ์ของซาโอค่ะ แถมดูได้เพียงปีละครั้งในช่วงหน้าหนาวเท่านั้น

วิธีไปชมก็ไม่ยากค่ะ (เพียงแต่เดี๊ยนไม่ได้ไป T__T) ก่อนอื่นนั่งชินคันเซ็นไปลงที่สถานียามากาตะ แล้วต่อรถบัสไปถึงซาโอ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (ไม่รวมเวลารอรถนะคะ) แล้วก็ขึ้นโรปเวย์ไปดูจากด้านบน ถ้าไปถูกช่วงจะมีการประดับและเปิดไฟในตอนกลางคืนด้วยล่ะ แหม... แต่เดี๊ยนก็โม้มากไม่ได้อ่ะ เพราะไม่เคยไป มีแต่ข้อมูลที่เตรียมจะไปเท่านั้น

วิวบนรถไฟชินคันเซ็นสายยามากาตะ

รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างบอกไม่ถูก

บนพื้นยังหลงเหลือหิมะปกคลุม

ดูหิมะกันให้เอียนไปข้าง หวังว่าคงพอดับร้อนได้บ้างนะเคอะ ^^;

พูดถึงสถานที่ที่ไปมาแล้วดีกว่า นั่นก็คือ กินซันค่ะ

銀山 (Ginzan / กินซัน) แปลว่า "ภูเขาเงิน" เดี๊ยนเดาว่ามาจากทัศนียภาพเวลาหิมะตก จะเป็นสีเงินอร่ามไปทั่วทั้งเขา

เอกลักษณ์ของกินซันคือ เป็นเมืองอนเซ็นค่ะ หรือจะเรียกว่า "กินซันอนเซ็น" ก็ได้ ไม่ใช่อนเซ็นธรรมดา แต่เป็นเมืองอนเซ็นที่มีสถาปัตยกรรมแบบ "ไทโชโรมัน" นั่นก็คือ ยุคโรแมนติกของญี่ปุ่นในช่วงไทโชค่ะ บ้านเรือน (ส่วนใหญ่เป็นเรียวกัง) จะมีกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณ อ้อ ที่นี่เคยใช้ถ่ายละครเรื่อง "โอชิน" ด้วยล่ะ แต่เวอร์ชั่นไหนเดี๊ยนก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ^^;

บรรยากาศแบบไทโชโรมันเป็นประมาณนี้ค่ะ

วิธีไปกินซันอนเซ็นคือนั่งชินคันเซ็นสายยามากาตะทางเดียวกับซาโอเลยค่ะ แต่เราจะไม่ลงที่ยามากาตะนะคะ จะนั่งเลยไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ลงที่สถานี "โออิชิดะ" ระหว่างทางเดี๊ยนรู้สึกว่าจังหวัดยามากาตะนี่เป็นจังหวัดแห่งอนเซ็นจริงๆ เพราะแต่ละสถานีก่อนถึงโออิชิดะ ล้วนมีอนเซ็นเป็นเอกลักษณ์ค่ะ อย่างเช่น เท็นโดก็มีอนเซ็นเพื่อผิวสวย ซากุรัมโบฮิงาชิเนะก็มีอนเซ็นแช่เท้าสาธารณะ ศาลเจ้าที่มีน้ำล้างมือเป็นน้ำอุ่นจากอนเซ็น และน้ำในอนเซ็นสีอำพัน (ไกด์บุ๊คเขาว่าอย่างนั้น) มุรายามะก็มีสถานบำบัดสุขภาพจากอนเซ็น เลยโออิชิดะไป คือชินโจซึ่งมีน้ำแร่เป็นกรดจากธรรมชาติที่หายากยิ่ง เป็นบ่อน้ำแร่ที่มีมา 1200 ปี!!!

ย่อหน้าข้างต้นเดี๊ยนไม่ได้รู้ดีมาจากไหนนะคะ แงะมาจากไกด์บุ๊คในชินคันเซ็นสายยามากาตะล้วนๆ เหอๆๆ ^^;

จากโตเกียวไปโออิชิดะใช้เวลาราวสามชั่วโมง (กว่าๆ) ค่ะ

เมื่อถึงสถานีโออิชิดะก็มีรถจากเรียวกังมารับเราที่สถานี ไม่พึ่งรถจากเรียวกังก็ไม่ได้ เพราะจากสถานีไปถึงกินซันอนเซ็นใช้เวลาเกือบ 40 นาทีแน่ะ (นั่งแท็กซี่ต้องจ่ายเงินบานตะไทแน่ๆ)

สถานีโออิชิดะค่ะ ที่อยู่ด้านข้างถ่ายมาไม่หมด เป็นซากชินคันเซ็นที่ปั้นด้วยหิมะ เดาว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้มีกิจกรรมท้องถิ่นบางอย่างที่ปั้นหิมะเป็นรูปต่างๆ แต่ตอนที่ไปมันไม่สวยแล้ว ดำปี๋ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา

กินซันอนเซ็นอยู่ในเขตที่เรียกว่า "โอบานาซาวะ" ค่ะ ถ้านั่งรถไฟมาลงที่สถานีโอบานาซาวะอาจใกล้กว่ารึเปล่า?

คุณลุงที่ขับรถมารับพวกเราน่ารักมากค่ะ ช่วยแนะนำสถานที่ต่างๆ ระหว่างทางด้วย เป็นมิตรมากทีเดียว

คุณลุงบอกว่าบริเวณเขตโอบานาซาวะนี้เป็นแหล่งปลูกแตงโมที่อร่อยและแพงที่สุดในญี่ปุ่น แต่เนื่องจากเรามาในหน้าหนาว สวนแตงเลยขาวโพลน ราบเรียบเหมือนหน้าเค้กที่ปาดด้วยครีมสดเลยทีเดียว (เอ๊ะ ทำไมในหัวมีแต่ของกิน) เหมือนรูปทุ่งหิมะข้างบนค่ะ ที่น่าสังเกตก็คือ เรือกสวนไร่นาที่นี่ยกสูงกว่าถนนค่ะ นอกจากนี้ยังให้ดูภูเขาที่กั้นระหว่างยามากาตะและนีกาตะอีกด้วย

ถนนมุ่งหน้าสู่กินซันอนเซ็น

ถนน หิมะ ภูเขา

สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกินซันก็คือ "花笠 (ฮานากาสะ)" ค่ะ เป็นหมวกสานทรงกรวยแบนแบบที่พระญี่ปุ่นใส่นั่นแหละค่ะ หรือถ้าจะให้เห็นภาพ ก็เหมือนกับหมวกญวณค่ะ หมวกแบบนั้นเรียกว่า "笠 (คาสะ)" (อ่านเหมือน 傘 ที่แปลว่า "ร่ม" ทำหน้าที่กันแดดกันฝนเหมือนกัน ^^;) ส่วน "花 (ฮานะ)" แปลว่าดอกไม้ กล่าวคือเป็นหมวกที่ประดับด้วยดอกไม้ค่ะ ใกล้ๆ กับหมู่บ้านกินซัน มีพระพุทธรูปพระญี่ปุ่นองค์ใหญ่มากเลย สวมฮานากาสะ แต่ตรงนั้นไม่ใช่วัดนะ เสียดายที่เดี๊ยนถ่ายรูปไม่ทันเพราะรถกำลังแล่น T___T

ก่อนถึงหมู่บ้านกินซัน เราผ่านเมือง "โรคุซาวะ" เป็นเมืองที่ปลูกหัวไชเท้าที่อร่อยมากๆ เรียกว่าโรคุซาวะไดคง นอกจากนี้คุณลุงยังพาแวะชม 白鳥 (ฮาคุโจ = หงส์ขาว) ที่โอบานาซาวะชิคิคันชูราคุเซ็นเตอร์อีกด้วย (ให้เดาก็คงคล้ายๆ อบต. บ้านเราล่ะมั้ง) 

ไปดูหงส์ขาวกัน

แน่ะ มองกล้องพอดีเลย

ลูกหงส์ตัวจะเป็นสีดำค่ะ โตขึ้นถึงจะขาว

เพราะเดี๊ยนเป็นแมวรึเปล่า ตอนเด็กๆ ขาว ยิ่งโตยิ่งดำ กรำแดดฝน =_="

ชื่อสถานที่ดูหงส์ค่ะ โปรดอย่าถามว่าแท้จริงนั้นคืออะไร เดี๊ยนยังไม่อยู่ในอารมณ์หาข้อมูล เหอๆๆๆ อ่านที่เดาๆ ไปก่อน (นังเจ้าของบล๊อกมั่วจริงๆ -*-)

บ้านเมืองละแวกนั้นเงียบสงบมากกกก จนอดถามไม่ได้ว่าแถบนี้มีคนอยู่รึเปล่า ก็มีค่ะ... แต่เงียบ

ระหว่างทางผ่านบ้านที่มุงหลังคาด้วยฟางด้วย คุณลุงบอกว่าแถวนี้ถ่ายหนังถ่ายละครหลายเรื่อง

ระหว่างทางมีผู้ชายคนหนึ่งออกมาวิ่งจ๊อกกิ้ง คุณลุงก็ชะลอรถแล้วชี้ให้ดูบอกว่า แถวนี้ทำงานได้แค่ปีละครั้ง พออากาศอุ่นก็ทำการเกษตร แต่พอหน้าหนาวหิมะขาวโพลนก็ต้องฝึกฝนร่างกายด้วยการออกกำลัง (คุณลุงบรรยายทุกเม็ด แถมมีการหยุดให้เดี๊ยนแปลให้ญาติๆ ฟัง อ้อ นอกจากกลุ่มเดี๊ยนยังมีกลุ่มคุณยายมาเที่ยวกันสี่คนด้วยค่ะ น่ารัก)

เมื่อเรามาถึงกินซันอนเซ็น คุณลุงก็จอดรถอยู่ตรงปากทางที่เป็นสะพาน หลังจากนี้ไปรถเข้าไม่ได้แล้ว (ยกเว้นรถที่มาส่งของที่เรียวกัง เดี๊ยนแอบเห็นตอนเช้าวันต่อมา)

ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ ถึงจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ จนเรียกได้ว่าเล็กมาก แต่ได้บรรยากาศไทโชโรมันจริงๆ มีแม่น้ำผ่ากลาง สะพานเชื่อมเล็กๆ ระหว่างเรียวกัง

กินซันอนเซ็นต้อนรับพวกเราด้วยตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่บนสะพาน

คุณพี่ตุ๊กตาหิมะสวมฮานากาสะด้วย ^^

บรรยากาศวันนั้นตอนมีนักท่องเที่ยว

ตรงทางเข้ามีอนเซ็นเท้าให้แช่ขาแก้หนาวด้วยค่ะ แต่... น้ำในอนเซ็นร้อนมากกกกกเลย

ในไกด์บุ๊คของชินคันเซ็นบอกไว้ว่า เทรนด์ในการแช่ขาในบอน้ำร้อน ต้องกินเต้าหู้ไปด้วย ตรงข้ามกับที่นั่งแช่เท้า มีร้านเต้าหู้แบบโฮมเมดด้วยค่ะ เสียดายจังที่เดี๊ยนไม่ได้ซื้อกินอ่ะ T___T

ถ้าใครไปฤดูนี้ เดี๊ยนแนะนำว่า (รุ่นน้องเดี๊ยนที่ไปมาก่อนไม่กี่วันแนะนำมาอีกที) รองเท้าผ้าใบเอาไม่อยู่นะคะ ควรสวมบู๊ทยาง หรือบู๊ทกันน้ำไปดีกว่า เนื่องจากอากาศหนาว แล้วยังเฉอะแฉะอีกต่างหาก ถ้าน้ำซึมเข้ารองเท้าจะหนาวเกินจำเป็น ไหนจะพื้นลื่น เพราะน้ำที่เปียกอยู่บนถนนกลายเป็นน้ำแข็งอีกด้วย

สำหรับเดี๊ยน โชคดีที่เรียวกังที่ไปพักมีเสื้อโค้ตและบู๊ทยางไว้ให้บริการ แถมยังมีผ้าขนหนูผืนเล็กๆ กับเกี๊ยะให้ใส่ไปแช่อนเซ็นขาอีกด้วย งานนี้เดี๊ยนเลยไม่พลาดค่ะ เดินลากเกี๊ยะด้วยเท้าเปลือยเปล่าออกมาไม่กี่ก้าว ความหนาวทำให้เท้าเป็นตะคริวอย่างรวดเร็ว เหอๆๆๆ

สำหรับของดีเมืองกินซัน ต้องนี่เลยค่ะ... ขนมปังแกงกะหรี่ (Curry Bread) ซึ่งที่นี่ไม่ได้ใช้คำว่า "カレーパン (คาเรปัง)" นะคะ แต่ใช้คำว่า "カリーパン (คารีปัง)" เป็นขนมปังใส้แกงกะหรี่ที่ด้านนอกชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบอีกที ของร้าน Haikarasan's Currybread เป็นร้านสีแดงที่อยู่ตรงหัวมุมด้านในค่ะ ถ่ายรูปมาแต่ติดคนทั้งนั้น ขออนุญาตไม่เอาลงเด้อออ ^^;

พวกเดี๊ยนกว่าจะมาถึงกินซันก็ปาเข้าไปจะบ่ายสามแล้ว (รถไปรับที่สถานีตอนบ่ายโมงสี่สิบค่ะ) ร้านอาหารแถบนี้เลยปิดหมด เหลือแต่ขนมปังแกงกะหรี่นี่แหละ รองท้องรอมื้อเย็นไปก่อน รสชาติอร่อยดีค่ะ

เดินเลยร้านขนมปังไปอีกหน่อยก็สุดเขตที่มีสะพาน ตรงนั้นเป็นน้ำตกเล็กๆ ค่ะ วิวน่ารักดี

ตรงนี้มีป้ายบอกว่า เป็นสถานที่ถ่ายละครเรื่องโอชินของ NHK ค่ะ

ข้ามสะพานไปเป็นร้านโซบะ น้ำตกอยู่หลังสะพานค่ะ

วิวจากด้านบนที่เราตะเกียกตะกายเดินขึ้นไปหวิดลื่นหัวทิ่มหัวตำเพราะพื้นแฉะมาก

มองจากสะพานหน้าร้านโซบะกลับมา เห็นร้านขนมปังแกงกะหรี่สีแดงๆ อยู่ตรงสุด

กระต่ายน้อยลอยคอท่ามกลางความหนาว... เดี๊ยนคงคิดถึงเจ้ากอล์ฟมากไปหน่อย ^^;

น้ำตกค่ะ ถึงจะหนาวแต่ก็แรงใช้ได้

พื้นถนนในกินซัน มีกระเบื้องสีๆ ลายเกล็ดหิมะอยู่ประปราย

แอบถ่ายของที่ระลึกในร้านมา เห็นแมวไหว้แล้วสะดุดตา น่ารักดี อิอิ

พูดถึงของที่ระลึก เดี๊ยนไปเจอของชิ้นหนึ่ง เป็นแผ่นไม้ขนาดจิ๋ว บนนั้นสลักตัวอักษรคำว่า 馬 (อุมะ = ม้า) แต่ไม่ได้สลักธรรมดาค่ะ เพราะเป็นคันจิแบบกลับข้างซ้ายขวา ถามคนขายว่าทำไมถึงกลับด้าน (ในใจนึกว่าเขาเอาไว้ประทับตราอะไรรึเปล่า แต่ไม่ใช่ค่ะ) คนขายบอกว่าเป็นเคล็ดอย่างหนึ่ง เหมือนเครื่องรางไม่ให้ม้าพยศ

คำว่า อุมะ ซึ่งแปลว่าม้านั้น เมื่ออ่านกลับข้างคือ มาอุ แปลว่าร่ายรำ (แต่ถ้าเป็นภาษาไทย กลับเสียงคงได้ยินเป็น "เมา" ไปกันใหญ่ ๕๕๕)

คนคิดเครื่องรางอันนี้คงอยากให้ม้าวิ่งตรงเหมือนที่ฝึกมาค่ะ จึงกลับพยางค์ จากอุมะ เป็นมาอุ

ส่วนเวลาขึ้นม้าก็ต้องขึ้นจากด้านซ้าย ม้าจะวิ่งตรง ถ้าขึ้นจากด้านขวาม้าจะงอแง อันนี้ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับตัวอักษรสลับด้านนี้ประการใด แต่คนขายเขาเล่าเสริมมาค่ะ

ถ่ายติดสะพานแดงมั่ง

เดี๊ยนสังเกตว่าคนที่มาเที่ยวกินซันส่วนใหญ่เป็นคุณตาคุณยายแฮะ แต่หนุ่มสาวก็มีบ้างเหมือนกันนะ ส่วนคนต่างชาติยังน้อยอยู่ (จะว่าไปก็น่าอยู่หรอก เพราะตอนที่เดี๊ยนหาที่พักก็รู้สึกเหมือนกันว่าถ้าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นคงลำบากนิดหน่อย เว้นแต่ตัดใจพักที่ราคาแพง <<< ส่วนใหญ่ก็ราคาพอๆ กันนะคะ คือแพงกับแพงลิบลิ่ว ^^; เพียงแต่ไม่มีห้องสุขาในตัว ซึ่งสามารถจองในเว็บจองโรงแรมภาษาอังกฤษได้ ข้อเสียคือ ตัวเลือกน้อยค่ะ) อย่างเดี๊ยนเองตอนแรกก็หาตามเว็บจองโรงแรมแหละค่ะ แต่ตอนหลังไปเจอเว็บรวมเรียวกังที่เป็นภาษาญี่ปุ่น และพบว่า แถบนั้นคือเรียวกังทั้งนั้น และสามารถลิ้งค์ไปยังแต่ละเรียวกังได้โดยตรง แน่นอนว่าไม่มีภาษาอังกฤษ ขนาดเดี๊ยนติดต่อโรงแรม ทางโรงแรมซึ่งเห็นชื่อเดี๊ยนเป็นชาวต่างชาติยังตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับมาพร้อมกับ URL ของเว็บแปลภาษา ๕๕๕ เนื่องจากกองคาราวานของเดี๊ยนมีเงื่อนไขนิดหน่อยตรงที่ อาบน้ำรวมได้นะ แต่ไม่อยากใช้สุขารวม และเรียวกังแถบนั้นก็มีแต่สุขารวมทั้งนั้น ด้วยความที่แต่ละหลังเป็นห้องแบบญี่ปุ่น และมีจำนวนห้องพักเพียงไม่กี่ห้องค่ะ

ศาลเจ้าเล็กๆ ท่ามกลางเรียวกัง

แผ่นป้ายในศาลเจ้า เกี่ยวกับศาลเจ้ากินซันนี่แหละค่ะ แต่เดี๊ยนยังไม่ได้อ่านละเอียด

ของกิน ขนมกอล์ฟน้อยยย เอ๊ย กระต่ายน้อยยย

ผ่าท้องน้องต่ายออกมา เป็นไส้สีชมพูกับสีเหลืองค่ะ น่าจะเป็นถั่วกับเกาลัด (รึเปล่า?? ลืมอ่านฉลาก)

มื้อเย็นค่า (ในรูปขาดข้าวสวยกับซุปเต้าเจี้ยว) เห็นแค่นี้แต่ก็ทำคนกินจุอย่างเดี๊ยนอิ่มไปเลยนะ

ในถ้วยทรงรีข้างหน้าสุดเป็นเต้าหู้ทำเองของเรียวกังค่ะ เวลากินต้องละเลงให้เละ ที่แปะอยู่ข้างบนเป็นวาซาบิอย่างเผ็ด ก้อนแค่นั้นเผ็ดจนแสบจมูกเลยนะเออ แต่เดี๊ยนชอบอ่ะ ซาดิสต์ เหอๆๆๆ

วิวกลางคืนบ้าง (เสียดาย กล้องถ่ายกลางคืนไม่สวยอ่ะ)

แสงยามเช้า

อีกมุมหนึ่งของกินซัน

ตู้ไปรษณีย์สีแดง

ฝาท่อของกินซัน บอกว่าเป็น "เมืองแห่งหิมะ แตงโม และฮานากาสะ" ค่ะ

รูปอาจดูยากซักนิด เดี๊ยนเห็นเป็นคนถือฮานากาสะอยู่ในกรอบรูปเกล็ดหิมะที่มีผลแตงโมอยู่รอบๆ นะ ใครเห็นต่างออกไปบ้าง???

ถ้าถามว่าเที่ยวกินซันทำอะไร คำตอบคือ... ถ่ายรูปค่ะ ใครชอบบรรยากาศแบบเมืองเก่าๆ สไตล์ย้อนยุคน่าจะชอบที่นี่ เที่ยวแป๊บเดียวก็หมดแล้ว สามารถมาแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ (แต่ต้องคำนวณเวลาให้ดีนะ) แต่เดี๊ยนแนะนำให้ดื่มด่ำกับญี่ปุ่นไทโชด้วยการค้างโรงแรมแบบญี่ปุ่นซักคืนค่ะ

กินซันสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูค่ะ แต่ละฤดูก็จะมีทัศนียภาพแตกต่างกัน ถามคุณลุงว่าช่วงไฮของที่นี่คือตอนไหน คุณลุงตอบว่า "ฤดูใบไม้ร่วง" ค่ะ เพราะใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะ ถ้ามาหน้าร้อนก็จะมีงานเทศกาล ฤดูใบไม้ผลิก็จะมีซากุระบาน ส่วนหน้าหนาวก็ขาวโพลนอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ

ขากลับจากกินซัน เดี๊ยนสวนกับทัวร์ฮ่องกงด้วยค่ะ ถึงได้รู้ว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นไต้หวัน เกาหลี ไม่ก็ฮ่องกง คนไทยคุณลุงบอกว่าไม่ค่อยเจอ ตอนที่เห็นพวกเดี๊ยนคุณลุงก็นึกว่ามาจากฮ่องกงล่ะ (อ้าว... ในที่อยู่เดี๊ยนก็บอกไปว่าไทยแลนด์นิ -*-)

ลืมบอกไปค่ะ ว่าโออิชิดะมีเส้นโซบะที่เป็นรสชาติดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาด้วยล่ะ เดี๊ยนชิมแล้ว เส้นจะแข็งกว่าโซบะทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็อร่อยดีค่ะ

เส้นโซบะทอดกรอบที่ร้านโซบะตรงสถานีโออิชิดะเสิร์ฟให้ฟรีระหว่างรออาหาร

หัวโดราเอมอน ควันหลงจากเทศกาลปั้นตุ๊กตาหิมะค่ะ

กลับจากกินซัน พวกเราก็ชิลๆ กันที่โตเกียวอีกสองสามวันค่ะ

เสียดาย อยากจะแวะซาโอ แต่ปัญหาอยู่ที่ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเที่ยวเท่าไหร่ เพราะถ้าจะเปลี่ยนตั๋วชินคันเซ็นต้องกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ค่ะ กลัวกลับมาสถานีไม่ทัน

ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมี อิอิ

อีกสามวันในโตเกียว ขอเปลี่ยนเอ็นทรีนะคะ จริงๆ แล้วเดี๊ยนไม่ค่อยมีอะไรเล่าเกี่ยวกับโตเกียวเท่าไหร่ แต่ขึ้นเอ็นทรีใหม่ให้เป็นหมวดหมู่ดีกว่า ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่า
อยากไปญี่ปุ่นจังเลย
มันคงจะสนุกมาๆเลยคะ

#2 By Mew_Natsu.R on 2010-03-09 13:54

น่่าสนุกจังค่ะbig smile big smile

#1 By (^_^)/nana on 2010-03-03 01:30