[X-JAPAN] SCARS

posted on 24 Aug 2008 17:01 by neorosifix in neorosifying

SCARS

words & music by hide

translated by neorosifix

.

เศษเล็บขึ้นสนิม

ร่วงหล่นจากริมฝีปาก

รสขมซึ่งหลงเหลืออยู่ที่ลิ้น

จงใจแหวกรอยแผล

.

ให้ตอนนี้ความฝันเซลลูลอยด์พรั่งพรูเข้ามา

สักอักษรสี่ตัวไว้ในปากรอยแผลที่กำลังจะปิด

.

ในจังหวะที่เริ่มเบี่ยงเบน

ท่วงทำนองบรรเลงมั่วไปเรื่อย

ขนาดกดปุ่มเล่นผิด

ฉันก็ยังทู่ซี้แสดงต่อไปโดยไม่เอะใจ

.

เต้นรำท่ามกลางดอกไม้งามไร้สีสัน

ฉันจะมอบจุมพิตแก่บทกวีที่นอนแผ่หลาอยู่ตรงหน้า

.

ใบหน้าด้านข้างของเธอซึ่งอาบสายลมที่โชยผ่าน

มันอยากได้ปากแผลขนาดว่าอยากจะกรีดให้เอง

ฉันจะไม่ข้องเกี่ยวกับท่วงทำนองที่ล่มสลายของเธออีกแล้ว

ต่อให้ตะโกนว่า ออกไปให้พ้นจากชีวิตฉันซะ

แต่วันพรุ่งนี้ก็ยังคงสวมเงาเดิมอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

.

ไว้อาลัยให้กับบทกวีทั้งหลาย

ที่จะไม่มีวันได้ขับกล่อมอีกเป็นครั้งที่สอง

และแน่นอนว่า

รวมถึงความรักความผูกพัน

และวันเวลาที่เราเคยมีร่วมกัน

Oh... Oh... Oh... Oh Oh Oh

.

เสียงบทกวีสะอื้นไห้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ลึกในหู

ฉีกทึ้งจิตใจของฉันจนเหวอะเหวะ

.

Love Brilliant Scars

Paint Brilliant Tomorrow

Sing Brilliant Song for myself

.

ภาพของวันพรุ่งนี่ที่สองเราเคยปรารถนา

ฉาบไปด้วยความสุขอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของมุราซาคิ

แต่ตอนนี้ฉันไม่อาจรอให้วันพรุ่งนี้มาถึงได้อีกแล้ว

พอลืมตาขึ้นแล้วก้าวไปข้างหน้า

มือของเธอก็คว้าผมด้านหลังของฉัน

ฉันจะไม่ข้องเกี่ยวกับท่วงทำนองที่ล่มสลายของเธออีกแล้ว

ทำนองที่บิดเบี้ยวนั่น

มันก็ทำได้แค่

โหยหวนอยู่ภายในตัวฉันเท่านั้นแหละ

.

Dead Poem's still alive

Dead Poem's still alive into me

Dead Poem's screaming

Dead Poem's still screamin'into me

.

แผลเป็น... ถึงจะไม่สวยงาม แต่ก็มีประโยชน์

ประโยชน์ของมันก็คือ เตือนใจเราไม่ให้ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

เพลงนี้เนื้อหาไม่ยาก แต่แปลให้เป็นภาษาไทยแล้วเข้าใจยากกกกกกกก

อย่ากระนั้นเลย ที่เดี๊ยนแปลออกมามันไม่สละสวยหรอกค่ะ

มาชำแหละเนื้อหาของเพลงกันดีกว่า

เอาแบบแปลอย่างปกติแล้วกันนะ (เอ๊ะ? ทำไมต้องมีเวอร์ชั่นปกติ / ไม่ปกติด้วย)

เพลงนี้ป๊ะป๋าเปรียบเทียบดนตรีกับความรัก

รักที่จืดจาง รักที่หักหลัง ก็เปรียบกับท่วงทำนองที่ผิดเพี้ยน ไม่สวยงาม ทู่ซี้บรรเลงต่อไปก็มีแต่บาดหู สุขภาพจิตเสื่อมโดยใช่เหตุ... อย่ากระนั้นเลย เลิกเล่นซะดีกว่า

แต่จะให้ลืมปุบปับก็ไม่อาจทำได้... อุตส่าห์บรรเลงร่วมกันมา จู่ๆ แยกวงซะดื้อๆ มันต้องมีอะไรค้างคาในความทรงจำบ้างนั่นแหละ

เริ่มท่อนแรกกันเลยค่ะ

เศษเล็บที่ร่วงหล่นจากริมฝีปาก จริงๆ เดี๊ยนอยากจะใช้คำว่าพุ่งออกมาด้วยซ้ำ เพราะคำว่า koboreochiru มันไม่ใช่ภาพของหยดเลือดไหลรินจากปากแบบสวยๆ อย่างที่ป๋าโยชอบทำ หรือภาพน้ำลายไหลย้อยเหมือนเวลาเดี๊ยนเห็นหนุ่มหล่อๆ แต่ประการใด แต่มันให้ภาพเหมือนกินยาฆ่าแมลงแล้วน้ำลายฟูมปาก ไม่ก็กำลังกินซุปแล้วใครเล่ามุขตลกจนซุปกระฉอกออกจากปากมากกว่า ไม่ได้สวยงามเล้ยยยยแต่เอาเถอะค่ะ จินตนาการว่าเศษเล็บนั้นร่วงเผาะลงมาเหมือนพิกุลทองก็ไม่ว่ากัน อย่างไรก็ตามเศษเล็บนั้นก็เหมือนถ้อยคำเชือดเฉือนใจ (เดี๊ยนเชื่อมโยง "เล็บ" กับการข่วน เหมือนเป็นการทำร้ายกันแบบเบาะๆ อย่างหนึ่ง) ขึ้นสนิมอีกต่างหาก คงเป็นคำก่นด่าเดิมๆ ที่ทำอย่างมากก็แค่สะกิดแผลเก่าในใจ อันคนเราพอหมดรักต่อกัน จะทำร้ายกันยังไงก็ได้ ที่เดี๊ยนแปลว่า "จงใจแหวกรอยแผล" จริงๆ แล้วมันแปลว่าฝืนให้เปิดรอยแผล มันเหมือนปล่อยผ่านไปก็ได้ แต่อยากทำร้ายไง อย่างไรก็ตาม คนฟังจะเจ็บหรือไม่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คนพูดเจ็บ เพราะสิ่งที่ทำให้เกิดรอยแผลคือรสขมที่หลงเหลืออยู่ที่ลิ้นของคนพูดนั่นเอง

ความฝันเซลลูลอยด์... เซลูลอยด์แปลได้สองอย่างค่ะ อาจจะหมายถึงพลาสติกใสก็ได้ ซึ่งถ้าตีความก็คง "จอมปลอม" ล่ะมั้ง ส่วนอีกความหมายหนึ่งแปลว่า "ภาพยนตร์" ในที่นี้น่าจะหมายถึงพลาสติกใสที่ตีความว่าจอมปลอมมากกว่าค่ะ

ส่วนอักษรสี่ตัวที่สักไว้ในรอยแผลอาจเป็นคำว่า LOVE ล่ะมั้ง ไม่ก็คำว่า HATE ก็เป็นได้ แล้วแต่ว่าท่านจะตีความได้รักหรือเกลียดไปจากเพลงนี้ ตอนแรกเดี๊ยนคิดว่าน่าจะเป็น LOVE แต่ในเมื่อปากแผลนั้นมันจะสมานแล้ว คำว่า HATE ที่เกิดจากการทำร้ายจิตใจกันก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน เพราะเวลาที่เราต้องการตัดขาดจากใครบางคน เราก็อยากจะลืมสิ่งที่ไม่ดีของเขา ถึงจะลืมไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็อโหสิกรรมต่อกันก็คงดี ส่วนใครจะตีความว่า LOVE ก็คงเข้าใจได้ง่ายๆ เดี๊ยนไม่ต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้มหรอกเนอะ

เวลารักใคร เชื่อใจใครอย่างถึงที่สุด บางทีคนเราก็ไม่ทันได้ฉุกคิดว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์ร่วมกับเราหรือไม่ เราก็ได้แต่ละเมอเพ้อพกไปว่าเขายังรักเรา ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาอาจหมดใจให้เราแล้วก็ได้ ดูๆ ไป... มันก็คงเหมือนเราบ้าไปอยู่คนเดียวล่ะมั้ง

คำว่า Yokogao นอกจากจะแปลว่าใบหน้าด้านข้างแล้ว ยังแปลว่าด้าน หรือมุมของคนเราที่ไม่มีใครรู้จักก็ได้ เวลาที่คนที่เรารักเผยมุมที่เราไม่เคยและไม่อยากรู้จักให้เราเห็นบ่อยๆ บางครั้งเราก็คงเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมาเหมือนกันชิมิเคอะ ดูจากถ้อยคำในเนื้อเพลงคงเข้าใจได้ดี อย่างไรก็ตาม การตัดใจมันทำได้ยากยิ่ง หากยังไม่โดนทิ้ง พอเขามาทำดีเข้าหน่อย เราก็ติดกับเหมือนเคย

ข้ามมาที่คำว่า Murasaki ค่ะ... คำนี้แหละที่เป็นตัวจุดประกายทำให้เกิดการตีความอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของเดี๊ยน 555 (เอ็งก็ช่างฟุ้งซ่าน) มุราซาคิเป็นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งเดี๊ยนไม่แน่ใจว่ามันมีกลิ่นหรือไม่ และถ้ามีกลิ่นของมันจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ เป็นพืชที่ให้สีค่ะ... สีม่วงด้วย อันไม่กี่ปีมานี้ สังคมให้การยอมรับว่า "สีม่วงเป็นสีของความโรแมนติก" ก็คงหมายถึงความรักโรแมนติกล่ะมั้งคะ เหอๆๆๆ แต่ถ้าให้ความหมายแบบวายๆ ล่ะก็... อุ๊ยตาย มิตรรักแฟนบล๊อกขา... พอย้อนไปอ่านเนื้อเพลงตั้งแต่ต้น... มันเข้าท๊างงงง เข้าทางค่า

ว่าแล้วเดี๊ยนก็ไม่ขอพูดถึงคำแปลอีกเวอร์ชั่นแล้วกันนะคะ เดี่ยวป๊ะป๋านอนหลับไม่เป็นสุข คิดว่าท้าทายการจิ้นของสาววายดีด้วย และถ้าถามว่า อ้าว แล้วอักษรสี่ตัวของเวอร์ชั่นนี้คืออะไร เดี๊ยนบอกให้ก็ได้ว่ามันคือ H O M O ค่า 5555+

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ที่แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนอื่น ^^

#6 By june (124.121.161.149) on 2010-04-09 21:17

>คุณtutu,ตามสบายค่ะbig smile

#5 By + n e o r o s i f i x + on 2009-04-28 13:54

ขอบคุณมากค่ะที่แปล อนุญาตินำคำแปลไปอ้างอิงหน่อยนะคะ + ลงอ้างอิงจากหน้าเว็บนี้ด้วยค่ะbig smile big smile big smile

#4 By tutu (125.24.154.49) on 2009-04-28 10:28

ถ้ามีคำร้องแบบคาราโอเกะคู่กับคำแปลด้วยจะดีมากๆเลยนะครับ เพราะจะได้รู้ว่าท่อนไหนเขากำลังสื่ออะไรอยู่ ขอบคุณครับ big smile

#3 By tomatong on 2008-08-24 21:27

ชอบX-Japanครับ
เพิ่งเล่นคัฟเวอร์ไปเพลงนึง อัพลงบล็อกละครับ

#2 By phil_wc - Music - on 2008-08-24 20:05

กร๊าซซซซซซซ
คิดเหมือนกันตั้งกะเจอคำว่ามุราซากิแล้วอ่ะ
เหอเหอเหอ
คุณเจ้าของบล็อกเรามาจิ้นกันกว่า หึหึหึ
ไม่คิดว่าจะขุดเพลงเอ็กซ์ขึ้นมาแปล
คนอ่านดีใจจังยังมีคนนึกถึงเอ็กซ์cry

#1 By [[[Am@giN]]] on 2008-08-24 19:17