สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก

เอ็นทรีที่แล้ว เราผ่านสมรภูมิอาหารขึ้นชื่อในคางาวะกันมาเรียบร้อย เอ็นทรีนี้เดี๊ยนจะขอพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เกี่ยวกับเทศกาลศิลปะบ้าง

จริงๆ ที่ไปสัมผัสมาก็มีไม่เยอะหรอกค่ะ เพราะทริปคราวนี้เน้นอาร์ตนี่นา แหะๆๆ

 

สำหรับเนื้อหาการท่องเที่ยวชมงานศิลปะ เดี๊ยนได้อัพเดทเพิ่มเติมไว้ในเอ็นทรี เสพอาร์ตกัน: Setouchi Triennale 2016 แล้วนะคะ

เอ็นทรีออกจะยาวไปนิดนึง เพราะเดี๊ยนอัพเดททับข้อมูลเก่าที่เคยประชาสัมพันธ์งานเอาไว้ จะได้ไม่ต้องเขียนเนื้อหาซ้ำซ้อนกันหลายๆ เอ็นทรีค่ะ

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เกี่ยวกับงานอาร์ตในจังหวัดคางาวะก็มีหลายที่นะคะ แล้วก็มีครบสูตรด้วย ไม่ว่าจะชม ชิม หรือช็อป

 

เริ่มจากที่เมืองทาคามัตสึเลยดีกว่า

ทาคามัตสึ

青鬼くん Ao-oni kun เจ้ายักษ์เขียว (/ฟ้า)

มาสคอตของการท่องเที่ยวจังหวัดคางาวะ มาพบเจ้ายักษ์เขียวได้แถวๆ สถานี JR Takamatsu นะคะ

น้องยักษ์เขียวเป็นยักษ์ใจดีค่ะ ในนิทานเด็กของญี่ปุ่นเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งมียักษ์แดงอยากมาเป็นเพื่อนกับมนุษย์ แต่พอปรากฏตัวให้มนุย์เห็นก็ถูกรังเกียจและหวาดกลัว ยักษ์แดงเลยร้องไห้เสียใจ และก็ได้ยักษ์เขียวนี่แหละมาช่วยปลอบ

ยักษ์เขียวจึงเป็นยักษ์ที่มีจิตใจอารี และถูกนำมาเป็นมาสคอตค่ะ

 

玉藻公園 (Tamamo Koen) สวนทามาโมะ 

สวนแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานี JR Takamatsu แค่เดินราว 3 นาทีเองค่ะ แถมยังอยู่ติดกับสถานี Takamatsu-Chikko ของรถไฟสาย Kotoden แบบที่เรียกว่า ยืนอยู่ตรงสถานีก็เห็นวิวที่แปลกตาของข้างในเลยล่ะ เป็นวิวสะพานไม้ข้ามคูที่อยู่ภายในสวนค่ะ แอบคิดในใจว่า มันช่างเป็นวิวที่เหมาะกับเป็นฉากหนังอย่างบอกไม่ถูก 5555

ภายในสวนเป็นที่ตั้งของปราสาททาคามัตสึ (高松城 / Takamatsujo) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปราสาททามาโมะ (เหมือนชื่อสวน) โดยคำว่า "ทามาโมะ" เป็นคำสวยๆ ที่ใช้เรียกสาหร่ายในแคว้นซานุกิ (เหมือนกับที่ภาษาไทยมีคำไวพจน์ใช้ในวรรณคดีมั้งคะ) 

ปราสาททาคามัตสึเป็นหนึ่งในสามปราสาทของญี่ปุ่นที่เป็นปราสาทล้อมรอบด้วยน้ำทะเลค่ะ (อีกสองแห่งอยู่ในจังหวัดเอฮิเมะและโออิตะ)

ค่าเข้า ถ้าจำไม่ผิดก็ 300 เยน

ด้านหลังของปราสาทติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดคางาวะด้วยนะคะ แต่ดูเหมือนจะเดินทะลุไม่ได้ 555 กระนั้น การเดินเล่นรอบๆ ด้านนอกของปราสาทก็เพลินอยู่เช่นกันค่ะ 

วิวด้านนอกสวน

 

Indy Alley ตรอกอินดี้

เดินเลียบทะเลมาจากท่าเรือ หรือสวนทามาโมะราว 10 นาที ก็จะเจอกับตรอกเล็กๆ (เล็กมาก ห้ามคาดหวังใดๆ เด็ดขาด) ที่ให้กลิ่นอายความสนิม ผสมผสานกับความเซอร์ ความฮิป รวมอยู่ด้วยกันแบบมึนๆ งงๆ เล็กน้อย (เพราะตอนเดี๊ยนไป ไม่มีร้านไหนเปิดเลย ยกเว้นร้านทำผม) อาจต้องไปช่วงเย็นๆ รึเปล่านะ เพราะเห็นมีร้านอาหารเก๋ๆ อยู่ 2-3 ร้าน กระนั้น ก็เป็นจุดที่คนชอบถ่ายแนวเก๋ๆ น่าจะได้ใช้เวลาในการชักภาพกลับมาเป็นที่ระลึกได้อยู่เหมือนกันนะคะ

 

栗林公園 (Ritsurin Koen) สวนริตสึริน

สวนนี้เป็น The MUST ของเมืองทาคามัตสึเลยค่ะ ไปได้โดยรถไฟสาย Kotoden เส้นสีเหลือง ลงที่สถานี Ritsurin Koen แล้วเดินตรงดิ่งอย่างเดียวเลยราวๆ 10 นาที (สปีดคนไทย) ก็ถึง

หรือถ้าจะเดินน้อยกว่านั้น ก็นั่ง JR Kotoku Line ลงที่สถานี Ritsurin Koen Kitaguchi แล้วเดินต่ออีก 3 นาที

ค่าเข้า 410 เยน ข้างในสวนค่อนข้างกว้างอยู่นะคะ เดินกันเพลินเลย

ไฮไลต์ของสวนคือสะพานและพุ่มสึสึกิรูปหัวใจค่ะ

 

Takamatsu Shoping Arcade

เป็นช็อปปิ้งอาเขตที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ

อยู่ไม่ไกลจากสถานี เดี๊ยนเดินจากสถานี Takamatsu-Chikko เลยล่ะ เลียบถนนใหญ่ตรงไปเรื่อยๆ ไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง Hyogomachi ก็เห็นอาเขตแล้วค่ะ เลี้ยวซ้ายเข้าไป เดินในอาเขตเพลินๆ แป๊บๆ ก็ไปถึงห้าง Marugame ซึ่งเป็นจุดที่มีหลังคาเป็นโดมแบบที่เห็นในรูปนี่แหละค่ะ (แต่เดี๊ยนถ่ายตอนกลางคืนล่ะ แฮร่)

ถ้าอยากเดินน้อยหน่อย ก็นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kataharamachi ซึ่งใกล้กับ Hyogomachi หรือสถานี Kawaramachi ซึ่งใกล้กับห้าง Marugame ก็ได้ค่ะ

 แถมด้วยวิวกลางคืนแถวๆ สถานีทาคามัตสึ

 

เกาะโชโดชิมะ

Angel Road แองเจิลโรด

เป็นจุดชมวิวทางธรรมชาติที่อยู่ด้านหลังโรงแรม International Hotel ค่ะ นั่งรถบัสจากท่าเรือโทโชโนะราว 10 นาทีได้

แองเจิลโรด คือ ชายหาดที่จะโผล่ขึ้นมาตอนที่น้ำลงเท่านั้นค่ะ และแต่ละวันจะโผล่มาให้เห็นในเวลาที่ไม่แน่นอน ควรเช็คเวลาให้ดีก่อนว่าจะโผล่ขึ้นมากี่โมง สำหรับวันที่เดี๊ยนไป น้ำลงตอน 16.37 ค่ะ โชคดีที่มืดเร็ว เลยได้เห็นวิวอาทิตย์อัสดงด้วย

ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดที่เรียกว่า 恋人の聖地 (ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก) ในญี่ปุ่นมีอยู่หลายจุดค่ะ ว่ากันว่าถ้ามาพร้อมกับคนรักก็จะทำให้ชีวิตรักแฮปปี้อะไรแบบนี้ คล้ายๆ เดทสป็อตมั้งเนอะ เหมือนสร้างสตอรี่ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นค่ะ เพราะคนญี่ปุ่นชอบอะไรมุ้งมิ้งแบบนี้อยู่แล้ว (คนไทยก็เหมือนกัน)

สำหรับแองเจิลโรดเนี่ย ก็มีความเชื่อเหมือนกันนะคะ ถ้าเดินจูงมือกับคนรักข้ามทะเลไปบนแองเจิลโรด จะทำให้ความรักยืนยาวไปตลอดรอดฝั่ง

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สามารถถ่ายรูปในมุมสูงได้ด้วยค่ะ ข้างบนจะเป็นระฆังที่คู่รักมาตีเป็นที่ระลึกอะไรแบบนี้ค่ะ

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าประทับใจ และเมื่อไปเยือนที่เกาะโชโดชิมะแล้ว ไปไม่ยากเลย

 

เกาะเทชิมะ

เกาะเทชิมะเป็นอีกเกาะที่มีวิวสวยค่ะ ทั้งวิวธรรมชาติ และวิวชุมชนบ้านเรือน ระหว่างชมผลงานศิลปะ ก็ได้แชะวิวไปด้วย เดินเล่นไปด้วย

ไม่ได้มีจุดถ่ายรูปเป็นพิเศษ แต่ถ่ายรูปได้แบบเพลินๆ ค่ะ

พีคมากค่ะ วิวหน้าพิพิธภัณฑ์เทชิมะเลย งดงาม ปลอดโปร่ง

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็ต้องมีดอกคอสมอส ชาวบ้านปลูกเป็นทิวแถว กล้องถ่ายไม่สวยเท่าเห็นด้วยตาเปล่า

วิวน่ารักๆ แถวๆ Kou

แถวตรอกซอกซอยใน Karato

 

เกาะนาโอชิมะ

วิวขณะเดินเอ้อระเหยไปยังพิธภัณฑ์เบเนสเซ

ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์อันโด มีวัดใหญ่อยู่ค่ะ บรรยากาศสงบ สวยงาม สะอาดบริสุทธิ์มากๆ

คาเฟ่แมวที่ไม่รู้ว่ามีแมวรึเปล่า แต่วันที่เดี๊ยนไปปิด เลยอดเข้าไปยลเลย

บรรยากาศตามตรอกซอกซอยในฮมมุระ

แถวๆ ท่าเรือ (แต่ไม่ใช่ท่าขึ้นเรือเฟอร์รี่นะ)

ทางเข้าสู่ศาลเจ้า ที่มีอีกหนึ่งผลงานรออยู่ค่ะ

ยามอัสดง จากเรือเฟอร์รี่ขากลับจากนาโอชิมะ

ก็เก็บวิวมาฝากประมาณนี้แหละค่ะ ถ้าไม่ติดต้องทำเวลาเพราะจะเก็บงานศิลปะให้ได้เยอะๆ ก็คงมีรูปวิวมากกว่านี้แน่นอน เพราะในจังหวัดคางาวะแต่ละมุมเมือง แต่ละทิวทัศน์ของเขามีเสน่ห์จริงๆ

นี่ยังไม่ได้ไปอีกหลายจุดเลยนะคะ รถไฟอังปังแมนก็ไม่ได้ขึ้น ซิกๆ ไว้คราวหน้าจะไปเก็บตกอีกค่ะ

สวัสดีค่ะ มิตรรักแฟนบล็อก

เอ็นทรีนี้มาถึงคิว "ของกินลือชื่อ" ของจังหวัดคางาวะจนได้นะคะ

เวลาที่เดี๊ยนเอ่ยชื่อจังหวัดคางาวะกับคนญี่ปุ่นทีไร ก็มักจะได้ยินเสียงตอบรับว่า "อุดงอร่อยนะ" "ต้องไปกินอุดง" "แหล่งอุดง"

ใช่แล้วค่ะ จังหวัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องของอุดง เพราะเป็นถิ่นกำเนิดของ "讃岐うどん (Sanuki-udon) ซา